Mindset คือ ระบบความคิด ประกอบไปด้วย มุมมอง ความคิด ความเชื่อ ที่ส่งผลต่อพฤติกรรมและการใช้ชีวิต
มีด้วยกัน 2 ประเภทคือ
1.Fixed Mindset = เชื่อว่าสติปัญญา ความสามารถ มีเท่าไหร่ก็เท่านั้น โดยจะมองความผิดพลาด คือ ความล้มเหลว แต่อย่างไรก็ตาม ข้อดีของFixed Mindsetช่วยให้นักเรียนปฏิบัติตามกฎระเบียบเสมอ ไม่ออกนอกกรอบที่เคยได้เรียนรู้ และใช้ชีวิตใน safe zone
2.Growth Mindset = เชื่อว่าสามารถเรียนรู้และพัฒนาได้ด้วยการฝึกฝน และมองอุปสรรคเป็นโอกาส หรือช่องทางในการพัฒนา ทว่าก็มีข้อจำกัดในการใช้ Growth Mindsetเช่นกัน คือ คนเราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ดีอยู่แล้วให้มันมากเกินไป เช่น การโหมออกกำลังกายหนักเกินกว่าที่ร่างกายจะรับไหว ส่งผลทำให้ได้รับบาดเจ็บในที่สุด
จาก Mindset ทั้ง2ประเภทที่กล่าวข้างต้น Fixed Mindset จะดูเหมือนเป็นวิธีคิดที่ตีกรอบนักเรียนมากกว่า แต่หากว่านำมาใช้ในสถานการณ์ที่ถูกต้อง ก็จะสามารถเป็นประโยชน์ได้เช่นกัน
ด้วยข้อดีของ Growth Mindset นี้เอง insKruจึงแนะนำให้คุณครูสร้างห้องเรียนที่เต็มไปด้วยการคิดบวก และส่งเสริมให้นักเรียนทุกคนได้ใช้ Growth Mindset ซึ่งจะติดตัวนักเรียนไปปรับใช้ได้กับทุกสถานการณ์
การส่งเสริมห้องเรียนด้วย Growth Mindset จะต้องอาศัยความร่วมมืออย่างเต็มที่จากผู้อาศัยในไร่ชาทั้งสอง
ซึ่งกระบวนการสร้างห้องเรียนที่เต็มไปด้วย Growth Mindset นั้น จะต้องอาศัยกำลังภายในทั้งหมดที่คุณครูมี เพื่อผลักดันให้เจ้าหนอนน้อยเติบโตภายใต้การประคับประคองของคุณครู กล่าวคือ คุณครูจะคอยดูแลอยู่ในระยะห่างมากกว่าการเข้าไปดูแลแบบประชิดตัว ด้วยเทคนิคต่างๆเหล่านี้ :)
สิ่งแวดล้อมปลอดภัย หนอนน้อยอุ่นใจ เติบโตไปด้วยกัน
การสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับนักเรียน ทั้งทางกายภาพและทางจิตใจ:
สามารถทำได้ด้วยการให้คำมั่นสัญญา ว่าถ้าหากเกิดอุปสรรคหรือล้มเหลว หนอนน้อยจะไม่ถูกคุณครูดุหรือบ่น
การให้แบบฝึกหัดที่มีความท้าทายแต่ไม่เกินความสามารถของหนอนน้อยจนเกินไป จะทำเกิดแรงผลักดันที่อยากจะทำให้สำเร็จเพราะเชื่อว่าตนเองสามารถทำได้จริงๆ
ทุกๆการเดินทางมักมีอุปสรรคเสมอ คุณครูสามารถให้กำลังใจและสนับสนุนการพยายามครั้งใหม่ของหนอนน้อย สร้างความอุ่นใจว่าพวกเขาไม่ได้เผชิญปัญหาอยู่ลำพัง
เสนอแนะมุมมองใหม่ให้หนอนน้อยเห็นว่า ในทุกๆเรื่องยังมีเรื่องราวต่างๆแอบแฝงอยู่อีกมาก รอคอยให้ได้เรียนรู้
คุณครูอาจเคยประสบปัญหานักเรียนชอบพูดว่า "ไม่รู้" จึงควรใช้พลังของคำว่า "ยัง" เข้ามาช่วย ด้วยการกระตุ้นให้หนอนน้อยได้ลงมือค้นคว้าด้วยตนเองก่อน แล้วจึงช่วยเสริมในสิ่งที่เหล่าหนอนน้อยตกหล่นไป
กระตุ้นการเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ส่งเสริมทักษะการสื่อสารระหว่างหนอนน้อยเอง และสร้างความกล้าให้หนอนน้อยแสดงความคิดเห็นกับคุณครูอย่างไม่กลัวที่จะถูกตำหนิ
"ความพยายามไม่เคยทำร้ายสักคนที่ตั้งใจ" ประโยคเด็ดจากเนื้อเพลงของไอดอลกรุ๊ปชื่อดัง BNK48 สามารถนำมาใช้กับทุกสถานการณ์ได้เสมอ ซึ่งคุณครูสามารถยกตัวอย่างเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจของผู้ประสบความสำเร็จมาเล่าให้นักเรียนฟัง ยิ่งเป็นเรื่องราวของคุณครูเอง เจ้าหนอนคงให้ความสนใจไม่น้อยเลยหล่ะค่ะ
ชมที่ 'กระบวนการและความพยายาม' มากกว่าชมที่ผลลัพธ์
การเรียนรู้ที่ต่อเนื่อง จะเกิดขึ้นเมื่อคุณครูเลือกชื่นชมระหว่างการเดินทางของหนอนน้อยมากกว่าโฟกัสที่ปลายทางของพวกเขา เพื่อให้นักเรียนรู้สึกภูมิใจในสิ่งที่ได้รับจากความพยายาม ซึ่งเป็นประโยชน์ได้อีกนอกจากผลงานของพวกเขา
ตัวอย่างวิธีกระตุ้นการเรียนรู้ที่ต่อเนื่อง
► เลือกใช้คำถามง่ายๆ ประเมินความเข้าใจในบทเรียนของหนอนน้อย
เช่น เรื่องที่เรียนวันนี้เป็นประโยชน์กับเรายังไง? วันนี้ได้เรียนรู้อะไรเพิ่มบ้าง?
► การให้หนอนน้อยแจกแจงกระบวนการต่างๆ ถือว่าเป็นการให้นักเรียนทบทวนการเรียนรู้อีกครั้ง และเพิ่มทักษะการสื่อสารเช่นกัน ซึ่งคุณครูอาจได้มีโอกาสเสริมความรู้ใหม่ๆเพื่อพัฒนาหรือช่วยเสริมสิ่งที่ยังสามารถปรับปรุงเพิ่มเติมได้
เช่น ทำยังไงให้ได้คำตอบนี้มา? แสดงวิธีทำให้เพื่อนๆดูหน่อย, ต้องรู้อะไร ต้องทำอะไรบ้าง งานนี้ถึงจะสำเร็จ?
► เสริมความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ โดยในขั้นตอนนี้สามารถเปิดช่องทางให้หนอนน้อยแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะแปลกแหวกแนวแค่ไหนก็ตาม หากคุณครูเห็นช่องทางในการนำความคิดเห็นของนักเรียนมาปรับใช้ได้จริง พวกเขาก็จะไม่รู้สึกกลัวในการแสดงความคิดเห็นและกล้าแสดงออกมากขึ้น หากความคิดเห็นของนักเรียนไม่เหมาะกับวิธีการนั้นจริงๆ สามารถหาตัวอย่างอื่นๆที่ความคิดเห็นนั้นไปประยุกต์ใช้ได้
เช่น นอกจากวิธีนี้ มีวิธีไหนได้อีก?
ให้ข้อเสนอแนะอย่างมีคุณภาพ
การให้ข้อมูลเพื่อการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการจดจำสิ่งที่ไม่ถูกต้องด้วยการเสนอแนะทั้งในรูปแบบ เชิงวาจา และ เชิงประจักษ์ กล่าวคือ
นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ เทคนิค Visual Thinking เพื่อให้เห็นภาพร่วมกันได้อีกด้วย
ผู้รับ: ประเมินตนเองก่อน
ผู้ให้: สรุปประเด็นที่ผู้รับทำได้ดี และ ประเด็นที่สามารถปรับให้ดีได้มากขึ้น
ผู้รับ : สรุปประเด็น และซักถามในสิ่งที่ไม่เข้าใจ
ผู้ให้ - ผู้รับ: ร่วมกันวางแผนพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม เริ่มจากสิ่งที่ทำได้จริง
1-2ประเด็น
เพื่อสร้างแรงจูงใจในการพัฒนาตนเอง
ชัดเจนในเป้าหมาย มั่นใจในนักเรียน
เทคนิคที่สำคัญที่สุด คือ การสื่อสารให้นักเรียนเห็นภาพเป้าหมายชัดเจน ด้วยการ
ex. คาบนี้พวกเราจะเรียนเรื่อง….. ,หลังจากจบคาบเราจะสามารถตอบคำถาม.....นี้ได้
ex. เกณฑ์การประเมิน: รายงานต้องประกอบด้วย 3 ส่วนคือ บทนำ/เนื้อหา/สรุป, ต้องระบุแหล่งที่มาข้อมูล, สะอาด เรียบร้อย
ex. “เรื่องนี้อาจต้องใช้เวลาทำความเข้าใจมากหน่อย แต่ครูมั่นใจว่าไม่เกินความสามารถและความพยายามของเราทุกคน”
การส่งเสริม Growth Mindset ในห้องเรียน จะช่วยให้นักเรียนเรียนรู้ว่า "ความสามารถเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงและพัฒนาได้ด้วยการเรียนรู้คู่ความพยายาม" เพราะฉะนั้น นอกจากกำลังใจที่จะเป็นสิ่งสำคัญแล้ว เทคนิคต่างๆเหล่านี้ ก็สามารถนำมาใช้ประกอบการปลูกไร่ชาให้ใบชามีประโยชน์ต่อเจ้าหนอนน้อยได้มากยิ่งขึ้น
สุดท้ายก่อนจากลากัน insKru ขอให้คุณครูทุกท่าน "เชื่อมั่นในตัวเจ้าหนอนเสมอ" อย่าเพิ่งถอดใจกับเจ้าหนอนกันนะคะ เพราะผีเสื้อแต่ละตัวสามารถเติบโตมีสีสันที่แตกต่างกัน และแน่นอนว่าแต่ละสีนั้น สวยงามที่สุดในแบบของเขาเอง :)
เพียงเท่านี้ เจ้าหนอนน้อยของคุณครูใบชา ก็พร้อมที่จะเติบโตและไม่ย่อท้อต่อทุกอุปสรรคที่จะเข้ามาในวันข้างหน้าอีกต่อไปแล้วหล่ะค่ะ
--------------------------------------------------------
ใครมีไอเดียอะไรอย่าปล่อยให้หายไปกับห้องเรียนใดห้องเรียนหนึ่ง มาส่งต่อไอเดียไปสู่ห้องเรียนอื่นๆเพื่อกระจายห้องเรียนแห่งความสุขกันค่ะ ที่...
✏website👉🏻www.inskru.com
✏Facebook Group👉🏻 ครูปล่อยของ(เพื่อนพลเรียน)
✏Tag เพจ inskru ให้ตามไปดู
--------------------------------------------------------
ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล:
ศูนย์จิตวิทยาการศึกษา (Centre for Educational Psychology)
content by thirdヅ #GrowthMindset
แสดงความเห็นกับสมาชิกใน insKru
เก็บไอเดียไว้อ่าน และอีกมากมาย
ได้แรงบันดาลใจเต็มๆ เลยใช่มั้ย?
บันทึกแรงบันดาลใจที่ได้รับเก็บไว้ไม่มีลืมผ่านการเขียนไอเดียเลย!