inskru

เริ่มต้นสอนแบบโครงงานด้วย Learning Spirals

0
1
ภาพประกอบไอเดีย เริ่มต้นสอนแบบโครงงานด้วย Learning Spirals

ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนหลาย ๆ อย่างของคุณครูในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานยังมีอยู่มาก ถ้าคุณครูลองนำแนวคิดแบบ Learning Spirals ไปใช้ดู จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างจุดเริ่มต้นให้ครูได้อย่างดี

เนื้อหาไอเดียการสอนนี้ได้มาจาก ผศ.ดร.จรรยา ดาสา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ศึกษา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ


หมายเหตุ : สามารถใช้ได้ทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็กปฐมวัยถึงนิสิตป.เอก


จากประสบการณ์ของเราในการช่วยให้คำแนะนำคุณครูระดับปฐมวัยในการทำโครงงาน หรือจากการอ่านไอเดียและแผนการสอนต่าง ๆ เรายังเห็นว่าคุณครูยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับโครงงานหรือ Project อยู่เยอะมาก ๆ


เพราะโครงงานที่ดีนั้นควรเป็น “การศึกษาหัวข้อหัวข้อหนึ่งอย่างลุ่มลึก จนผู้ศึกษาสามารถเข้าใจอย่างถ่องแท้และนำไปประยุกต์ใช้ในบริบทของตนเองได้”


เรามีโอกาสได้ทำงานร่วมกับอ.ติ๋ม หรือ ผศ.ดร.จรรยา ดาสา มากว่า 5 ปี ซึ่งอาจารย์ได้มีโมเดลง่าย ๆ ชื่อว่า “Learning Spiral” ที่คุณครูทุกระดับชั้นและทุกรายวิชาสามารถนำไปปรับใช้เพื่อนวางแผนการสอนในรูปแบบโครงงานได้ ดังนี้


  1. เริ่มแรกโครงงานที่ดีควรเกิดขึ้นจาก “ข้อสงสัย” ของตัวผู้ศึกษา กรณีในชั้นเรียนนั้นควรเกิดขึ้นจากข้อสงสัยของเด็ก และหลังจากเด็กสงสัยแล้วครูมีหน้าที่เพียงตรวจสอบดูสิว่า ข้อสงสัยนั้นมีความเป็นไปได้ในการศึกษาหรือไม่ หากเป็นไปได้ก็ดำเนินการต่อไปได้เลย
  2. หลังจากนั้นคุณครูดูว่าอะไรเป็นพื้นความรู้เดิมของเด็ก ๆ ของเราที่เกี่ยวกับข้อสงสัยนั้น เราก็ต่อยอดพาเขาศึกษาเรื่องที่สงสัยต่อจากพื้นความรู้เดิมนั้นเลย
  3. นอกจากจะสำรวจพื้นความรู้เดิมแล้ว คุณครูจะต้องวางเป้าหมายสุดท้ายที่ต้องการให้เด็กค้นพบด้วยว่ามีเป้าหมายอะไร เราจะได้ไม่เป๋ไป เป๋มา พาเด็ก ๆ ศึกษาออกทะเล
  4. เมื่อเราได้คำตอบของข้อ 2 และ 3 แล้ว คุณครูลองมาร่าง Spirals หรือ เกลียวความรู้ขึ้นมา ว่าจากพื้นความรู้เดิมของเด็ก ๆ เราสามารถพาเขาศึกษาต่อทีละขั้นทีละตอนได้อย่างไรจนถึงจุดหมาย


ถ้าอธิบายแค่นี้อาจจะไม่เห็นภาพ เรามาลองดูตัวอย่างกัน -> ตัวอย่างนี้เป็นตัวอย่างของระดับอนุบาลนะคะ


ข้อสงสัยของเด็ก ๆ : เพราะเหตุใดโค้กที่เราตั้งไว้บนโต๊ะจึงมีรสชาติจืดลง


เป้าหมายที่เราต้องการให้เด็กรู้ : สาเหตุที่ทำให้โค้กมีรสชาติจืดลงเพราะน้ำแข็งในแก้วละลายเนื่องจากอุณหภูมิของห้องนั้นสูงกว่าน้ำแข็ง



จากภาพข้างบนเป็นตัวอย่างของการร่าง learning spirals ในข้อสงสัยดังกล่าว จะสังเกตเห็นว่าจากความรู้เดิมเด็กรู้ว่าในแก้วโค้กมีน้ำโค้กและน้ำแข็ง และเราก็ต่อยอดจากความรู้เดิมโดยตั้งคำถามจากความรู้เดิม เมื่อเราได้คำตอบของคำถามแรกแล้ว ต่อยอดคำถามที่ 2 3 4 5...... จากคำตอบที่เด็ก ๆ ค้นพบไปเรื่อย ๆ จนเด็ก ๆ ได้คำตอบที่เราวางเป้าหมายเอาไว้


แต่มีข้อควรระวังสำหรับคุณครูทุกคน คือ

  1. อย่าเผลอเฉลยคำตอบของคำถามให้เด็ก ๆ เพราะจะหยุดกระบวนการเรียนรู้ของเขาทันที
  2. เลือกกระบวนการหาคำตอบที่เหมาะสมกับคำถาม เช่น ถ้าเราต้องการทราบว่าเพราะเหตุใดน้ำแข็งจึงละลาย วิธีที่ดีที่สุด คือ “การทดลอง” / ไม่ได้หมายความว่าการใช้วิธีอื่นจะผิด แต่จงเลือกวิธีที่เกิดกระบวนการเรียนรู้มากที่สุดให้เด็ก ๆ จะดีกว่า หรือใน 1 คำถามย่อยอาจะใช้หลาย ๆ กระบวนการในการหาคำตอบก็ได้
  3. พยายามต่อยอดจากสิ่งที่เด็ก ๆ ค้นพบก่อนหน้า หากเราดึงอย่างอื่นเข้ามาเกี่ยวเยอะเกินไปจะพาเด็ก ๆ ออกทะเลไปและเป้าหมายของเราที่ต้องการให้เขาเรียนรู้อาจจะไม่สำเร็จก็ได้นะ


มีโอกาสเป็นไปได้ว่าจากการลงมือจริงเด็ก ๆ อาจจะไม่ได้มีข้อสงสัยหรือคำตอบอย่างที่เราวางเอาไว้ ให้คุณครูพิจารณาในการปรับแก้ไขตามสถานการณ์ให้เหมาะสม อาจจะเหนื่อยหน่อย แต่อย่างน้อยเราก็มีแนวทางวางไว้ตั้งแต่แรกเป็นตัวช่วยให้เรานะคะ หวังว่าคุณครูทุกคนจะลองไปปรับใช้กันดู ได้ผลอย่างไรมาเล่าให้กันฟังใน comment ได้เลยค่ะ

DOEผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรมวิทยาศาสตร์ตัวช่วยครูเทคนิคการสอนแผนการสอนProject-Based LearningSTEAMProblem Based Learningทักษะการคิดวิเคราะห์อนุบาลประถมมัธยมต้นมัธยมปลายอุดมศึกษา

ไอเดียนี้เป็นไงบ้าง?

0
ได้แรงบันดาลใจ
1
ลงไอเดียอีกน้า~
default-avatar
แบ่งปันโดย
kumfaii
ขอให้คุณครูทุกคนเข้มแข็งและมีความสุขในการเป็นคุณครูนะคะ

อยากร่วมแลกเปลี่ยน?

please login

แสดงความเห็นกับสมาชิกใน insKru

เก็บไอเดียไว้อ่าน และอีกมากมาย

icon-please-commentมาเป็นคนแรกที่แลกเปลี่ยนสิ!
credit idea

ได้แรงบันดาลใจเต็มๆ เลยใช่มั้ย?
บันทึกแรงบันดาลใจที่ได้รับเก็บไว้ไม่มีลืมผ่านการเขียนไอเดียเลย!

ไอเดียน่าอ่านต่อ