
ในการจัดการศึกษา พวกเราทุกคนทำงานกันอย่างมากมายเพื่อต่อสู้กับปัญหา “ความไม่รู้ของนักเรียน” ที่มีมากมายหลายระดับ ตั้งแต่ปัญหาด้านการอ่านออก-เขียนได้ ปัญหาด้านการคิดคำนวณ จนไปถึงปัญหาที่จะต้องสร้างให้นักเรียนมีทักษะในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ มีความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรม โดยบุคลากรที่มีส่วนสำคัญที่สุดที่จะทำให้เราไปถึงจุดนั้นได้ คือ ครู
“ผมจะสร้างครูมืออาชีพได้อย่างไร” เป็นคำถามที่ท้าทายการทำงานของผมมาตลอด เพราะครูมืออาชีพ คือ ครูมีความพร้อมในด้านความรู้ ความสามารถ มีทักษะในการให้การศึกษา อบรมศิษย์ มีความประพฤติดี วางตัวดี เอาใจใส่ดูแลศิษย์ดี มีจิตวิญญาณของความเป็นครู และปฏิบัติหน้าที่ด้วยจิตวิญญาณ จึงเกิดคำถามต่อมาว่า “แล้วผมจะสามารถทำให้ครูเป็นมืออาชีพได้อย่างไร ในขณะที่ครูมีงานด้านอื่น ๆ อย่างมากมาย พร้อมกับความรู้และความสามารถที่แตกต่างกันในหลายระดับ”
ในฐานะผู้บริหารผมได้มีการปรับกลยุทธ์ในการบริหารจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดใหม่ภูมิเจริญ โดยใช้แนวคิด “เพิ่มสมรรถนะการทำงาน บนพื้นฐาน PLC” เพื่อให้ทุกคนเรียนรู้ไปด้วยกันบนฐานปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ผลัดกันเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี ลดภาระงานที่ต่างคน ต่างทำ ไม่มีทิศทาง มาเป็นการเรียนรู้ไปพร้อมๆ กันผ่านกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ โดยมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการ ความรู้ นวัตกรรมและเทคนิควิธีการจัดการเรียนการสอน เกิดกระบวนการทำงานอย่างมืออาชีพ จนเป็นวัฒนธรรมและพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงสำหรับครู
โรงเรียนวัดใหม่ภูมิเจริญได้พัฒนาการจัดการเรียนรู้บนฐานของกระบวนการ PLC อันเป็นการพัฒนาศักยภาพของครูไปพร้อม ๆ กับการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน โดยมีเครือข่ายความร่วมมือที่ได้แบ่งปันแนวคิดและประสบการณ์ เพื่อพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning คือ โรงเรียนวัดบางสะแก (วิทยารังสรรค์) และโรงเรียนบ้านกล้วย ที่ผู้บริหารและคณะครูโรงเรียนวัดใหม่ภูมิเจริญได้นำปัญหามาพูดคุยเพื่อหาแนวทางพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ในการประชุม PLC จากผลการประชุมหารือดังกล่าวได้ข้อสรุปว่า ควรมีการพัฒนารูปแบบกระบวนการ PLC และการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning เหมาะสมกับการจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21 และจุดเน้นของสถานศึกษา จนเกิดเป็นนวัตกรรมการบริหาร “I DO DEE’s” Model ที่เป็นกระบวนการสำคัญในการ PLC

และกลยุทธ์การสอนของครูในรูปแบบ “แผนการจัดการเรียนรู้แบบ WATMAI Style” โดยคณะครูทุกคนร่วมกันจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 และภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 คนละ 1 หน่วย และนำมาทดลองใช้ภายใต้หลักเกณฑ์ที่วางไว้ จากข้อสังเกตการจัดการเรียนการสอนดังกล่าว ผมพบว่า นักเรียนสามารถเรียนรู้ในรูปแบบ Active Learning อย่างมีความสุข ส่วนคุณครูมีความกระตือรือร้นในการพัฒนารูปแบบการสอนของตนเองให้สอดคล้องกับ Active Learning ในระดับมากที่สุด และเกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากทั้งภายในและนอกสถานศึกษา รวมทั้งเครือข่ายความร่วมมือทั้ง 2 แห่งอยู่ในระดับคุณภาพดี

ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning บนฐานของกระบวนการ PLC ซึ่งสามารถสร้างบรรยากาศในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างกัลยาณมิตร เกิดการปรับการเรียนเปลี่ยนการสอน ที่ส่งผลดีต่อการยกระดับคุณภาพผู้เรียน สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในยุค Digital
ถึงแม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนไป ครูถูกปรับเปลี่ยนบทบาทหน้าที่ให้มีความรับผิดชอบมากขึ้น ทั้งในงานการสอน งานหน้าที่พิเศษ และงานตามจุดเน้นของสถานศึกษา หลายคนท้อ หลายคนเหนื่อย แต่อยากจะให้กำลังใจกับเพื่อนครูทุกคนว่า พวกเราทุกคนสามารถประสบความสำเร็จและไปถึงเป้าหมายเดียวกันได้ จึงขอเชิญชวนคุณครูที่รักและศรัทธาในวิชาชีพทุกคน มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อพัฒนาตนเองและพัฒนาผู้เรียนไปพร้อมๆ กับความเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ ครับ

แสดงความเห็นกับสมาชิกใน insKru
เก็บไอเดียไว้อ่าน และอีกมากมาย
ได้แรงบันดาลใจเต็มๆ เลยใช่มั้ย?
บันทึกแรงบันดาลใจที่ได้รับเก็บไว้ไม่มีลืมผ่านการเขียนไอเดียเลย!