inskru

✏️ 4 เทคนิค การสอนภาษาอังกฤษออนไลน์

0
0
ภาพประกอบไอเดีย ✏️ 4 เทคนิค การสอนภาษาอังกฤษออนไลน์

รวบรวมเทคนิคการสอนออนไลน์ วิชาภาษาอังกฤษ สำหรับเด็กปฐมวัย มีเทคนิคการสอนอย่างไร ทำยังไงให้เวิร์ค

รวบรวมเทคนิคการสอนออนไลน์

วิชาภาษาอังกฤษ สำหรับเด็กปฐมวัย

มีเทคนิคการสอนอย่างไร ทำยังไงให้เวิร์ค

.

เจรจากับผู้ปกครอง

ลองใช้เพลงสร้างการเรียนรู้

มองดูตัวอักษรผ่านชิ้นงาน

การประเมินที่ไม่ต้องสอบ

.

ถอดบทเรียนจากไลฟ์ในวันอาทิตย์

13 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 19.00-20.30 น.

โครงการ English BraveFast

เสิร์ฟความกล้า ให้ภาษาอังกฤษเป็นมิตรกว่าที่เคย

ดูย้อนหลังได้ที่ https://fb.watch/bbbK6M2ppe/

.

ใครมีไอเดียการสอนภาษาอังกฤษ

ที่ลองทำแล้ว work มาร่วมส่งต่อสู่ห้องเรียนอื่น ๆ

ผ่านโครงการ English Bravefast

ดูรายละเอียดได้ที่ https://inskru.com/idea/-MrHNHtPWr3PmvClSZem

ถึง 27 กุมภาพันธ์ 2565 (ได้เกียรติบัตรด้วย)

.

 เทคนิคที่ 1 เจรจากับผู้ปกครอง

.

การเรียนรู้ของนักเรียนชั้นอนุบาลไม่สามารถเกิดขึ้นได้โดยลำพัง เนื่องจากนักเรียนอยู่ในช่วงวัยที่จะจดจ่อกับการเรียนรู้ของตนเองผ่านหน้าจอได้เป็นเวลานาน

.

คุณครูควรที่จะเชิญชวนผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมกับการเรียนรู้ของนักเรียนด้วย (family engagement) สื่อสารกับผู้ปกครองว่าการเรียนรู้ของนักเรียนจะเกิดขึ้นอย่างเต็มประสิทธิภาพไม่ได้ ถ้าคุณครูไม่ได้รับความร่วมมือ

.

สังเกตได้ว่าการเรียนรู้ในรูปแบบเหล่านี้จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ถ้าผู้ปกครองไม่เข้ามามีส่วนร่วมในการเรียรู้ของนักเรียน

.

ผู้ปกครองต้องเข้ามาดูแลความก้าวหน้าของการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนความก้าวหน้าของเด็ก ๆ ร่วมกับคุณครู ซึ่งจะทำให้การเรียนรู้ของนักเรียนมีประสิทธิภาพสูงขึ้น

.

เริ่มต้นจากการที่คุณครูควรออกแบบการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับช่วงวัย ลดการบังคับให้นักเรียนอนุบาลมานั่งเรียนแบบเรียลไทม์ (real time) ที่หน้าจอ เน้นการ assign ชิ้นงานที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้ โดยจะต้องเป็นชิ้นงานที่ประสานเข้าไปในชีวิตประจำวัน เช่น การให้นักเรียนฟังเพลงที่ช่วยฝึกฝนทักษะการฟัง หรือการประดิษฐ์สิ่งของให้มีรูปร่างเหมือนกับพยัญชนะในภาษาอังกฤษ


 เทคนิคที่ 2 ลองใช้เพลงสร้างการเรียนรู้

.

การใช้เพลงเข้ามาประสานกับการเรียนรู้ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นอนุบาลเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ เนื่องจากการใช้เพลงภาษาอังกฤษนั้นจะช่วยฝึกทักษะการฟัง (listening) ให้กับนักเรียน

.

นอกจากนี้เพลงบางเพลงยังออกแบบมาให้นักเรียนสามารถตอบโต้กับตัวละครต่าง ๆ ภายในสื่อวิดีโอได้ด้วย เช่น เพลงฝึกฝนการนับจำนวน (number) เพลงฝึกฝนการจดจำส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย (part of body) ที่ช่วยฝึกฝนทักษะการพูด (speaking)

.

คุณครูสามารถเลือกใช้เพลงต่าง ๆ ได้จาก YouTube channel: Super Simple Songs - Kids Songs ซึ่งจะมีเพลงในหมวดต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับช่วงวัยของนักเรียน เช่น คลิปวิดีโอ “I see something blue” ที่สอนเรื่องสีต่าง ๆ รอบตัว และการแต่งประโยคโดยใช้โครงสร้าง I see something ... หรือ คลิปวิดีโอ “I have a pet” ที่สอนคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง และการแต่งประโยคโดยใช้ subject pronoun เช่น I have a/an ..., She is a/an ...

.

ธรรมชาติของการเรียนรู้ด้านภาษา ควรเริ่มต้นจากการฟังและพูดในภาษานั้นตั้งแต่วัยเด็ก การทำให้นักเรียนได้คุ้นเคยกับคำศัพท์และรูปประโยคที่ถูกต้อง จะทำให้นักเรียนมีพื้นฐานการใช้ภาษาอังกฤษที่ดี

.

คุณครูอย่าพยายามเร่งรีบให้นักเรียนเขียนหรือทำแบบฝึกหัด เพราะเป็นการ “ฝืนธรรมชาติ” ของการเรียนรู้ด้านภาษา


 เทคนิคที่ 3 มองดูตัวอักษรผ่านชิ้นงาน

.

คุณครูหลายคนเลือกที่จะให้นักเรียนฝึกฝนคัดลายมือตัวอักษรภาษาอังกฤษตั้งแต่เด็ก ซึ่งในความเป็นจริงนั้น นักเรียนระดับชั้นอนุบาลยังมีกล้ามเนื้อมือที่ยังไม่แข็งแรงพอที่จะเกร็งเพื่อหยิบจับดินสอหรือปากกาเพื่อการเขียนได้ การฝึกให้นักเรียนได้รู้จักกับตัวอักษรภาษาอังกฤษมีได้หลายวิธี

.

เช่น การให้นำสิ่งของต่าง ๆ ที่อยู่ในบ้านมาจัดเรียงกันให้มีรูปร่างเหมือนตัวเอ (A) การใช้นิ้วหรือไม้ขีดลงบนพื้นทรายให้มีรูปร่างเหมือนตัวบี (B) หรือการสร้างสิ่งประดิษฐ์ให้มีรูปร่างเหมือนตัวซี (C)

.

การจดจำตัวอักษร (letter recognition) มีเป้าหมายเพื่อให้นักเรียนได้รับรู้ว่าตัวอักษรแต่ละตัวนั้นมีรูปร่างอย่างไร คุณครูไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการเขียนเพียงอย่างเดียว แม้จะมีเป้าหมายเดียวกัน แต่เราสามารถออกแบบการเรียนรู้ให้ถึงเป้าหมายนั้นได้อย่างหลากหลาย

.

การเขียนตัวอักษรให้สวยงามและถูกต้องจะเกิดขึ้นหลังจากที่นักเรียนเข้าใจว่าตัวอักษรแต่ละตัวมีรูปร่างอย่างไร


 เทคนิคที่ 4 การประเมินที่ไม่ต้องสอบ

.

การเรียนรู้ของนักเรียนไม่จำเป็นจะต้องสะท้อนออกมาในรูปแบบของการสอบวัดผล แต่สามารถสะท้อนออกมาจากพฤติกรรมที่นักเรียนแสดงออกก็ได้

.

เช่น เราสามารถรับรู้ได้ว่านักเรียนเกิดการเรียนรู้เรื่องการนับจำนวน จากการที่นักเรียนสามารถนับสิ่งของบนพื้นได้ หรือเราสามารถเรียนรับรู้ได้ว่านักเรียนเกิดการเรียนรู้เรื่องสี จากการที่เขาชี้สิ่งของภายในบ้านแล้วบอกได้ว่าเป็นสีอะไรในภาษาอังกฤษ ผู้ปกครองสามารถอัดคลิปวิดีโอหรือถ่ายรูปมาเป็นชิ้นงาน เพื่อประเมินความก้าวหน้าทางการเรียนรู้ได้

.

การประเมินในรูปแบบนี้สามารถสะท้อนสิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ชัดเจนกว่าการทำข้อสอบ เนื่องจากเป้าหมายของใช้ภาษาอังกฤษคือการนำสิ่งที่ได้เรียนรู้มาประสานเข้ากับชีวิตประจำวัน ได้มีโอกาสฝึกฟัง ฝึกพูด และสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษด้วยความสนุก ไม่ใช่การถูกตรวจสอบด้วยความกดดัน

.

การประเมินการเรียนรู้ของนักเรียนมีได้หลายรูปแบบ การสอบเป็นเพียงหนึ่งในรูปแบบการประเมิน คุณครูสามารถออกแบบการประเมินให้หลากหลายและสนุกสนาน เพื่อทำให้นักเรียนแยกไม่ออกว่า “อันไหนเล่น อันไหนเรียน”


 ใครมีไอเดียการสอนภาษาอังกฤษ

ที่ลองทำแล้ว work มาร่วมส่งต่อสู่ห้องเรียนอื่น ๆ

ผ่านโครงการ English Bravefast

.

ดูรายละเอียดได้ที่ https://inskru.com/idea/-MrHNHtPWr3PmvClSZem

ถึง 27 กุมภาพันธ์ 2565 (ได้เกียรติบัตรด้วย)

ไอเดียนี้เป็นไงบ้าง?

0
ได้แรงบันดาลใจ
0
ลงไอเดียอีกน้า~
default-avatar
แบ่งปันโดย
insKru
insKru Official Account เราจะคอยผลักดันและเชิญชวนคุณครูมาร่วมสร้างสรรค์ไอเดียการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการศึกษาไทยต่อไป

อยากร่วมแลกเปลี่ยน?

please login

แสดงความเห็นกับสมาชิกใน insKru

เก็บไอเดียไว้อ่าน และอีกมากมาย

icon-please-commentมาเป็นคนแรกที่แลกเปลี่ยนสิ!
credit idea

ได้แรงบันดาลใจเต็มๆ เลยใช่มั้ย?
บันทึกแรงบันดาลใจที่ได้รับเก็บไว้ไม่มีลืมผ่านการเขียนไอเดียเลย!

ไอเดียน่าอ่านต่อ