icon
เข้าสู่ระบบ

🧬 เรากำลังสอนวิทยาศาสตร์ด้วยความเชื่อแบบไหนอยู่?

1501
ภาพประกอบไอเดีย 🧬 เรากำลังสอนวิทยาศาสตร์ด้วยความเชื่อแบบไหนอยู่?

“เมื่อครูถือแนวคิดแบบไหน ครูก็จะมีแนวโน้มที่จะสอนในรูปแบบนั้น” ในการสอนวิทยาศาสตร์ก็เช่นเดียวกัน หากคุณครูมีความเชื่อเกี่ยวกับวิธีการสอนวิทยาศาสตร์แบบใด คุณครูก็จะสอนวิทยาศาสตร์ในแบบที่คุณครูกำลังเชื่ออยู่

ความเชื่อเกี่ยวกับวิธีการสอนวิทยาศาสตร์ที่ควรจะเป็น (Orientation Teaching to Science) ของคุณครูนั้นสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ ที่สำคัญ ชวนคุณครูลองมาสำรวจตัวเองว่าคุณครูกำลังเชื่อในแบบไหนอยู่ และกำลังใช้วิธีการสอนในรูปแบบใดอยู่นะ?

.

ความเชื่อกลุ่มที่ 1 ครูเป็นศูนย์กลาง (Teacher center)

การสอนวิทยาศาสตร์บนความเชื่อนี้ คุณครูจะเชื่อว่าการสอนวิทยาศาสตร์ที่ดีคือการถ่ายทอดความรู้ที่สำคัญทางวิทยาศาสตร์ให้กับนักเรียน หากครูสอนได้อย่างแม่นยำ ถูกต้อง ก็จะนำไปสู่การเรียนรู้ที่ดีของนักเรียน ตัวอย่างเช่น การสอนแบบ “Didactic” ที่ครูจะเป็นฝ่ายนำเสนอข้อมูลผ่านการบรรยาย มุ่งให้ความรู้โดยตรงสู่นักเรียน หรือการสอน “Academic Rigor” ที่เชื่อว่า หากเด็กได้เจอสิ่งที่ยาก จะทำให้เด็กได้ยกระดับความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์ไปสู่ระดับที่สูงขึ้น โดยการทำทดลองหรือ Lab จะถูกใช้พิสูจน์หรือยืนยันว่าเนื้อหาที่มีความซับซ้อนที่นักเรียนกำลังเรียนนั้นถูกต้อง

.

ความเชื่อกลุ่มที่ 2 นักเรียนเป็นศูนย์กลาง (Student center)

เป็นแนวความคิดตั้งแต่ยุค ค.ศ. 1960 เป็นต้นมา ซึ่งบริบทในช่วงนั้นคือยุคสงครามเย็น ที่มีการแข่งขันของสองมหาอำนาจอย่าง สหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียต ภายหลังจากยานสปุกนิกของโซเวียต ถูกส่งขึ้นไปในอวกาศได้ครั้งแรก ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมต่ออเมริกานั้นต่อการปรับเปลี่ยนการเรียนวิทยาศาสตร์ขึ้นมาใหม่ให้สามารถแข่งกับชาติอย่างโซเวียตได้

การเรียนวิทยาศาสตร์แบบถ่ายทอดความรู้จึงถูกมองว่า ไม่สามารถสร้างนักวิทยาศาสตร์ที่เก่งได้ แต่การเรียนควรเป็นการลงมือทำ ฝึกฝนทักษะทางวิทยาศาสตร์ ตัวอย่างเช่น การสอนที่เน้นกระบวนการมากกว่าการท่องจำ เป็นการมุ่งให้นักเรียนเรียนรู้การทำงานให้เหมือนกับนักวิทยาศาสตร์ หรือการสอนในรูปแบบอื่น ๆ เช่น การสอนแบบ “Discovery learning” ที่เน้นไปที่กระบวนการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนค้นหาคำตอบ หรือความรู้ด้วยตนเอง

.

ความเชื่อกลุ่มที่ 3 นักเรียนเป็นศูนย์กลางแบบร่วมสมัยใหม่ (Contemporary student center)

หลังจากยุค student center งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ศึกษา (Science education) พบว่าเด็กเกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนทางวิทยาศาสตร์ (misconception) เป็นจำนวนมาก ความรู้ที่เด็กค้นพบไม่ตรงกับแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ ทำให้กลุ่มนี้มองเห็นว่า เด็กอาจจะไม่สามารถค้นพบเองได้โดยตรง การเรียนควรมีกระบวนการสร้างองค์ความรู้ที่ช่วยให้เด็กได้พัฒนาความคิด ผ่านการให้คำแนะนำ การช่วยเหลือ หรือการสนับสนุนจากครู

ดังเช่นการสอนแบบ ”Conceptual change” เป็นการเรียนการสอนที่ครูตระหนักว่า เด็กอาจจะอธิบายธรรมชาติที่แตกต่างไปจากมุมมองวิทยาศาสตร์ ดังนั้น เมื่อครูทำการสอน จะต้องพยายามทำให้เด็กอธิบายธรรมชาติให้สอดคล้องกับแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ ตัวอย่างเช่น การถามเด็กว่า “อาหารของต้นไม้คืออะไร” เด็กอาจตอบว่า น้ำ ปุ๋ย แต่ในทางวิทยาศาสตร์ สิ่งนี้คือ น้ำตาลที่พืชสร้างขึ้นจากกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง จะเห็นได้ว่า คำอธิบายที่คุ้นเคยของนักเรียนกับคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์มีความแตกต่างกัน ดังนั้นโจทย์ของครูคือจะทำอย่างไรให้เด็กเกิดคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ที่นอกเหนือไปจากคำอธิบายที่เขามีอยู่แล้ว การสอนในแนวนี้ ยังมีประกอบด้วยการสอบแบ Inquiry-based learning (การเรียนรู้แบบสืบเสาะ) และ Project based learning (การเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน)

.

แต่ละความเชื่อของการสอนจะสะท้อนถึงเทรนด์ของการสอนในแต่ละช่วงเวลาที่ต่างกัน คณะศึกษาศาสตร์มีอิทธิพลในการนำเสนอแนวการสอนต่าง ๆ รวมถึงยังแสดงให้เห็นอีกว่า ครูมีประสบการณ์เรียนรู้มาอย่างไรในช่วงเวลาเป็นนักเรียน พวกเขาก็จะมีแนวโน้มสอนแบบนั้น

อย่างไรก็ตาม จากงานวิจัยจะพบว่า ถึงแม้ครูไทยมีความเชื่อในการสอนแบบร่วมสมัยจำนวนมาก แต่เมื่อลงไปสังเกตในชั้นเรียนบางชั้นเรียนกลับพบว่า ครูกลับไม่ได้สอนในวิธีการที่ตัวเองเชื่อ ซึ่งอาจเป็นผลจากบริบทวัฒนธรรมสังคมในโรงเรียนที่ไม่เอื้อต่อการส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์ หรือความเชื่อของสังคมที่มองว่าการสอนวิทยาศาสตร์คือการทำข้อสอบเก่ง ๆ มากกว่าจะเป็นการสร้างเด็กให้มีมุมมองทางวิทยาศาสตร์

จึงน่าตั้งคำถามว่า ตอนนี้คุณครูกำลังมีความเชื่อแบบใดอยู่ คุณครูได้สอนวิทยาศาสตร์ตามความเชื่อของตัวเองหรือไม่ และอะไรที่เป็นอุปสรรคที่ทำให้คุณครูไม่สามารถทำตามในสิ่งที่ตัวเองเชื่อกันนะ?

.

บทความโดยครูพล-อรรถพล ประภาสโนบล

สัมภาษณ์ อาจารย์สิทธิชัย วิชัยดิษฐ

คณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


รีวิว
(0)
ดาวน์โหลด
(1)
เก็บไว้อ่าน
(0)