icon
เข้าสู่ระบบ

จากเรื่องเล่า สู่การเอาตัวรอดจากรุ้งกินน้ำ (EF)

2630
ภาพประกอบไอเดีย จากเรื่องเล่า สู่การเอาตัวรอดจากรุ้งกินน้ำ (EF)

รุ้งกินน้ำที่ตกดิน หรือจะสู้เครื่องบินที่ผ่านไป....

เปิดเทอมใหม่หัวใจว้าวุ่น เชื่อว่าครูหลายๆ ท่านก็ประสบปัญหาเดียวกัน แต่โชคดีที่เด็กห้องเรามาโรงเรียนวันแรกไม่มีใครเสียน้ำตานอกจากครู (เดินชนผนังแล้วหนึ่ง) จากนั้นก็ให้เด็กได้ทำกิจกรรมตามความสนใจ จนเราเริ่มจับจุดได้ว่าเด็กค่อนข้างให้ความสนใจกับนิทานเป็นพิเศษ จะเป็นอย่างไรถ้าเรานำเรื่องราวในนิทานมาให้เด็กเรียนรู้ และแก้ปัญหาตามสภาพจริง (Literature based learning) จึงหยิบยกนิทานเรื่อง "สายรุ้งจอมตะกละ" มาเป็นตัวเดินเรื่องในกิจกรรมนี้

นิทานเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ "รุ้งกินน้ำตัวนิดนิด อาศัยอยู่บนยอดไม้ที่สูงอย่างโดดเดี่ยว เจ้าลิงจ๋อเห็นแล้วนึกสงสารจึงชวนรุ้งกินน้ำตัวนิดนิดลงมาเล่นข้างล่างกับเพื่อน ๆ แต่เมื่อรุ้งกินน้ำตัวนิดนิดเดินทางผ่านสิ่งไหน สิ่งนั้นกลับกลายเป็นสีเทาโดยไม่รู้ตัว แม้กระทั่งหางลิงที่รุ้งกินน้ำจับมา จนกระทั่งถึงพื้นจากรุ้งกินน้ำตัวนิดนิด กลับกลายเป็นรุ้งกินน้ำตัวบิ๊กบิ๊กเบิ้ม เพื่อนๆ ต่างตกใจ และตกใจบิ๊กบิ๊กเข้าไปอีกเมื่อพบว่าตัวเองและเพื่อนพร้อมทั้งผืนป่ากลายเป็นสีเทา รุ้งกินน้ำเสียใจมากที่ทำให้ทุกคนปราศจากสีสันพร้อมทั้งหลั่งน้ำตาออกมาเป็นสายฝน แต่เมื่อน้ำตาหลั่งลงมารินรดผืนป่าและเพื่อนพ้องทุกคนกลับกลายมีสีสันอีกครั้งหนึ่งแต่สีที่ได้กลับไม่ใช่สีเดิมอีกต่อไป" แต่แล้วก็มีเด็กถามว่า "คุณครูทำไมลิงเป็นสีนี้" เรานี่ก้มมองดูหนังสือทันที อ๋ออออออออออ "แต่ทุกตัวไม่ใช่สีเดิม 555+" จากนั้นก็ช่วยกันเปรียบเทียบสีก่อนและหลังเจอรุ้งกินน้ำ

เดินทางมาถึงกิจกรรม "เอาตัวรอดจากรุ้งกินน้ำ" โดยมีกติกาอยู่ว่าให้เด็กๆ เอาตัวรอดจากรุ้งกินน้ำและเดินทางข้ามฝั่งได้ โดยไม่ให้ตัวเองสัมผัสรุ้งกินน้ำ จะเป็นอย่างไรไปชมกันเล้ยยยยยย

เริ่มจากการผูกผ้าสายรุ้งไว้ตำแหน่งที่สูง ความยากนิดนิด ซึ่งแต่ละคนก็หาวิธีเอาตัวรอดแตกต่างกัน บางคนก็ก้ม ๆ บางคนก็เดินแทรกตามรอยแยกของผ้า


เมื่อความสูงเริ่มลดลง ความยากก็เพิ่มขึ้นนิด ๆ เด็กๆ เริ่มหมอบคลาน บางคนก้ม ๆ ก็ผ่านได้


เมื่อตัวเองผ่านมาได้ก็เริ่มเอาใจช่วยเพื่อน ตัดภาพมาที่คนมุมขวา เดินผ่านช่องว่างอย่างสบายๆ


เมื่อพื้นที่ด้านล่างเหลือน้อยลง พื้นที่ด้านข้างก็เป็นไปได้ จากนั้นคุณครูก็พาเด็กๆ มาตามหารุ้งกินน้ำที่ด้านนอก ตอนแรกคุณครูก็ลองฉีดน้ำใส่แสงแดด เด็ก ๆ ก็บอก"ไม่เห็นนนนนนนนนนนน มันต้องเกิดหลังฝนตกนะคุณครู" สักพักเงยหน้าขึ้นบนฟ้า บุญบาป เจอรุ้งกินน้ำของจริงเลยแมมมมมมมมมมมมมม๊


เราก็ชี้ๆ ให้เด็กดูว่านั่นๆ รุ้งกินน้ำเห็นไหมมมมมมมมมม เด็กๆ ก็ดีใจ ฟีลแบ่บบบบ yeah สำเร็จตามเป้าหมาย



ต่อด้วยการเล่น bubble จากสบู่ ซึ่งเด็กก็หาวิธีเล่นเองว่าจะทำอย่างไรให้มันมีฟองใหญ่ๆ ทำอย่างไรถึงจะเห็นสายรุ้งในฟองสบู่ สักพักมีเด็กคนหนึ่งพูดขึ้นว่า"คุณครูเมฆมันกลายเป็นสีเทาแล้ว รุ้งกินน้ำดูดสีมันแล้ว" ขณะที่กำลังเล่นกันอย่างสนุกสนานทั้งครูและเด็ก เราก็ได้ยินเสียงเหมือนเฮลิคอปเตอร์แต่เราไม่บอกเด็กว่าเสียงนั้นคืออะไร ก็เลยถามเด็กๆ ว่าได้ยินเสียงอะไรไหม มีเด็กคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า "เสียงรถเกี่ยวข้าวไหมคะคุณครู" ไม่ถึงนาทีก็มีเฮลิคอปเตอร์ผ่านมา จังหวะนั้นเราร้องขึ้นทันทีว่า "เฮลิคอปเตอร์" จากนั้นภาพเหตุการณ์เกิดขึ้นรวดเร็วมากเด็กๆ ร้องแล้วก็วิ่งตามกันใหญ่ จนหกล้มเข่าแตก ในฐานะที่เคยเป็นเด็กเรารู้สึกเลยว่าการที่จะเจอสิ่งที่เราไม่ได้พบเห็นในชีวิตประจำวันเป็นเรื่องยาก แต่เมื่อเจอกลับมองว่าเป็นช่วงเวลาที่วิเศษมากๆ จะเห็นได้ว่าในช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมงเด็กๆ ได้เรียนรู้การเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ การมีอยู่ของเฮลิคอปเตอร์ การวางแผน การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า การเรียนรู้การมีอยู่ของผู้อื่น สิ่งแวดล้อมรอบตัวและอื่นๆ อีกมากมาย เหนือสิ่งอื่นใดการเรียนรู้ไม่ต้องจำกัดแค่ในกรอบเสมอไป


เด็ก=คนคนหนึ่งที่มีสิทธิที่จะได้เรียนรู้ตามความสนใจและมีความสุขกับการมาโรงเรียน ในฐานะคนคนหนึ่งที่อยากเห็นการเติบโตที่เต็มไปด้วยความสุขและสนุกกับการเรียนรู้ก็อยากจะขอให้ผู้ใหญ่ทั้งหลายอย่าเอาความฝันของตนเองที่ไม่สำเร็จ แล้ววาดหวังให้เด็กมาสานต่อ โปรดจงเชื่อมั่น ไว้ใจ ปล่อยให้เขาเหล่านั้นเติบโต และเบ่งบานด้วยตัวเอง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รีวิว
(0)
ดาวน์โหลด
(0)
เก็บไว้อ่าน
(0)