inskru

ขั้นตอนรับมือ เมื่อเกิดเหตุร้ายในโรงเรียน

0
0
ภาพประกอบไอเดีย ขั้นตอนรับมือ เมื่อเกิดเหตุร้ายในโรงเรียน

*คำเตือน: มีเนื้อหาเกี่ยวกับการฆ่าตัวตาย อาจทำให้ผู้อ่านบางคนรู้สึกไม่สบายใจ* -- บทความนี้เป็นการอธิบายขั้นตอนการดำเนินการสำหรับคุณครูและบุคลากรในโรงเรียน เมื่อเกิดเหตุฆ่าตัวตายในโรงเรียน

แน่นอนว่าการตัดสินใจฆ่าตัวตายนั้นเป็นสิ่งที่หลายคนไม่ต้องการให้เกิดขึ้น และยิ่งถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับนักเรียนภายในโรงเรียนแล้ว ยิ่งทำให้โรงเรียนต้องเผชิญหน้ากับภาวะที่โรงเรียนต้องรีบเข้ามาบริหารสถานการณ์โดยทันที ไม่ว่าจะเป็นความเศร้าโศกเสียใจที่เกิดขึ้นกับนักเรียน คุณครู หรือว่าผู้ปกครองของนักเรียน


เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังนำไปสู่ความสนใจของสื่อมวลชนภายนอก ข่าวลือและข้อมูลเท็จมากมายที่ควบคุมได้อย่างยากลำบาก การสื่อสารที่ผิดพลาด และบทสนทนาเหล่านั้นยิ่งทำให้สิ่งต่าง ๆ ย้อนกลับมาซ้ำเติมให้เรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้นแย่ลงกว่าเดิม


แล้วโรงเรียนควรจะมีมาตรการและแนวทางในการปฏิบัติอย่างไร เมื่อพบว่ามีนักเรียนตัดสินใจฆ่าตัวตาย ชวนคุณครูมาศึกษาขั้นตอนในการดำเนินการหลังจากเกิดวิกฤติขึ้นในโรงเรียน (Crisis response) สิ่งใดที่โรงเรียนควรทำ และสิ่งใดที่โรงเรียนควรจะระมัดระวัง ลองไปดู 3 ขั้นตอนในการบริหารสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกันเถอะ



ขั้นตอนที่ 1 สร้างทีมเฉพาะกิจเพื่อรับมือกับวิกฤติ

หลังจากเกิดเหตุการณ์ขึ้น โรงเรียนรีบจัดตั้ง “ทีมเฉพาะกิจเพื่อรับมือกับวิกฤติ (Crisis response team)” ทันที โดยประกอบไปด้วยทีมงานจำนวน 5-6 คน แต่ไม่ควรเกิน 15 คน เนื่องจากเหตุผลด้านความคล่องตัวในการดำเนินงาน ในทางอุดมคติแล้วทีมเฉพาะกิจนั้นควรจะประกอบไปด้วยผู้ที่มีความรู้เฉพาะทางกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น

  • ผู้บริหารโรงเรียน (Administrator) เป็นผู้นำวงประชุมและกำหนดทิศทางการดำเนินงาน
  • ผู้ให้คำปรึกษา (Counselors) คอยให้คำปรึกษาและให้ความช่วยเหลือกับคนในทีม
  • นักสังคมสงเคราะห์ (Social workers) ช่วยประสานงานและช่วยดูแลความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน
  • นักจิตวิทยาโรงเรียน (Psychologists) ดูแลเรื่องสภาพจิตใจของคนในทีมและคนในโรงเรียน
  • พยาบาลประจำโรงเรียน (Nurse) คอยสนับสนุนเรื่องสุขภาพกายและสุขภาพจิตใจ
  • ฝ่ายทะเบียนประวัติ (School resource officers) ดูแลด้านเอกสาร ทะเบียน ประวัตินักเรียน

นอกจากนี้สามารถเพิ่มเจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยี (information technology staff) เข้าไปในทีมเพื่อช่วยเหลือด้านการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียได้อีกด้วย


ทีมที่สร้างขึ้นจะเป็นทีมที่ดำเนินงานเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการทำงาน การประสานกับผู้ปกครองนักเรียน การดูแลสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงเรียน และออกแบบการรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่ถ้าโรงเรียนไม่มีตำแหน่งที่กล่าวมาข้างต้น สามารถกำหนดให้คุณครูที่มีความสามารถดังกล่าวมาปฏิบัติหน้าที่ทดแทนได้ จะเห็นได้ว่าในสถานการณ์แบบนี้ตำแหน่งสนับสนุนการทำงานภายในโรงเรียนนั้นมีความสำคัญอย่างมาก



ขั้นตอนที่ 2 ร่วมวางแผนและแนวทางในการรับมือ

เรียกประชุมด่วน

โดยหลักการแล้วโรงเรียนควรที่จะสร้างทีมและเรียกประชุมด่วนภายใน 1 ชั่วโมงหลังจากเกิดเหตุการณ์ขึ้น โดยจะต้องกำหนดหัวข้อในการประชุมเพื่อพูดคุยและได้คำตอบในประเด็นดังต่อไปนี้ เพื่อนำไปทำงานต่อในระหว่างวัน

  • แนะนำ ทีมเฉพาะกิจเพื่อรับมือกับวิกฤติ (Crisis response team) ให้โรงเรียนได้รับรู้
  • กำหนดสถานที่สำหรับ “ห้องประชุมเฉพาะกิจ” ขึ้นมา สำหรับการพูดคุยและการประชุมระหว่างวัน
  • แลกเปลี่ยนข้อมูลการเสียชีวิตของนักเรียนที่กระจายออกเป็นส่วน ๆ มารวมกันให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำ (Accurate information)
  • ประสานงานกับผู้ปกครองของนักเรียน เพื่อสอบถามความยินยอม (consent) ในการสอบถามข้อมูล การเผยแพร่ข้อมูล และการให้ความช่วยเหลือ
  • เปิดโอกาสให้ ทีมเฉพาะกิจเพื่อรับมือกับวิกฤติ (Crisis response team) ให้แสดงออกว่าแต่ละคนมีความรู้สึกต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไร (express emotion) และสอบถามคนในทีมว่ามีบุคคลใดต้องการความช่วยเหลือก่อนเริ่มดำเนินการหรือไม่
  • ประสานกับคุณครูในโรงเรียนว่าคุณครูท่านใดต้องการความช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตใจ และไม่สามารถดำเนินการสอนได้ในวันนั้น หลังจากนั้นให้รีบจัดหาทีมสำรองในการสอนโดยทันที
  • ย้ำกับทีมงานว่ามีข้อควรระวังอะไรในการทำงานบ้าง เช่น การปกปิดความเป็นส่วนตัวของผู้เสียชีวิต การขอความยินยอมจากผู้ปกครองนักเรียน หรือวิธีการสื่อสารเรื่องการเสียชีวิตในโรงเรียนควรเป็นอย่างไร
  • ร่วมกันร่าง “แบบฟอร์มการแจ้งข่าวสาร” กับนักเรียน เพื่อแจกจ่ายเป็นตัวอย่างและแนวทางในการพูดคุยกับนักเรียนในช่วงเวลาโฮมรูม


ตัวอย่างข้อความสำหรับแจ้งข้อมูลกับนักเรียน


ดูแลสภาพจิตใจของนักเรียนและผู้ปกครองให้ได้มากที่สุด

สภาพจิตใจของนักเรียนในโรงเรียนและผู้ปกครองของนักเรียนที่เสียชีวิตคือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่โรงเรียนจะต้องให้ความสำคัญ ทางโรงเรียนควรที่จะมีขั้นตอนในการดูแลดังต่อไปนี้

  • เตรียมแนวทางการเผชิญหน้ากับอารมณ์ของนักเรียนที่หลากหลาย และเตรียมตอบคำถามนักเรียนเกี่ยวกับเรื่องการฆ่าตัวตาย เช่น ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการตัดสินใจฆ่าตัวตาย เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดที่นำไปสู่ข่าวลือในโรงเรียน โรงเรียนควรจัดเตรียมเอกสารให้ความรู้กับคุณครูเพื่อนำไปใช้ในการพูดคุยกับนักเรียน
  • กำหนดคนใน ทีมเฉพาะกิจเพื่อรับมือกับวิกฤติ (Crisis response team) ให้มีหน้าที่รับผิดชอบในการประสานงานกับผู้ปกครอง เพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลและเตรียมตอบคำถามและให้ความช่วยเหลือกับผู้ปกครอง
  • เตือนให้ทุกคนใน ทีมเฉพาะกิจเพื่อรับมือกับวิกฤติ (Crisis response team) ได้รับทราบในประเด็นต่อไปนี้
  • ทุก ๆ การเคลื่อนไหวและการกระทำของเรา จะส่งผลต่อสภาพจิตใจของเด็กนักเรียนทุกคน
  • ทุกคนมีส่วนในการระบุพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของนักเรียนในโรงเรียน เพื่อวางแผนในการรับมือ
  • ระบุให้มี 1 คนเป็นผู้รับผิดชอบในการสื่อสาร หรือแจ้งข่าวสารให้กับโรงเรียนและนักเรียนได้รับทราบ โดยการแจ้งข่าวสารการเสียชีวิตนั้น ไม่ควรที่จะประกาศในพื้นที่สาธารณะ (Public area) แต่ควรจะเป็นการแจ้งในพื้นที่ห้องเรียนในแต่ละชั้น



ขั้นตอนที่ 3 ถอดบทเรียนหลังจากรับมือกับภาวะวิกฤติมาตลอดทั้งวัน

สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือการร่วมกันถอดบทเรียนหลังจากรับมือกับภาวะวิกฤติมาตลอดทั้งวัน โรงเรียนควรเรียกประชุม ทีมเฉพาะกิจเพื่อรับมือกับวิกฤติ (Crisis response team) อีกครั้งเพื่อพูดคุยกันในประเด็นดังต่อไปนี้

  • กล่าวขอบคุณกับทีมงานทุกคนที่มาร่วมกันรับผิดชอบในวันนี้
  • พูดถึงความสำเร็จและความท้าทายในการทำงานที่เกิดขึ้น พร้อมแจ้งว่ามีนักเรียนคนใดที่ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ
  • แบ่งปันประสบการณ์การทำงานของแต่ละคน เปิดโอกาสให้ถามคำถามที่แต่ละคนสงสัย
  • สอบถามว่าทีมงานคนไหนต้องการความช่วยเหลือบ้าง ทั้งในด้านสุขภาพกายและสุขภาพใจ
  • สรุปกำหนดการและสถานที่ในการฝังศพหรือเผาศพของนักเรียนที่เสียชีวิต เพื่อเป็นข้อมูลให้กับโรงเรียนได้ประสานงานต่อไป
  • พูดคุยถึงแผนการที่จะทำในวันถัดไป
  • บอกให้ทุกคนได้รับรู้ว่าอย่าลืมดูแลตัวเองด้วย (Self-care)

การทำเช่นนี้จะเป็นการเคารพและให้เกียรติกับทีมงานที่ช่วยกันทำงานอย่างเต็มที่ภายใต้สภาวะกดดันและรับมือได้ยาก โรงเรียนควรที่จะมองทีมงานในฐานะของมนุษย์ที่มีความเหนื่อยล้า อารมณ์ และความเครียด อย่าลืมชื่นชมและให้กำลังใจทีมงานด้วยนะ!


สรุป

3 ขั้นตอนที่โรงเรียนควรทำหลังจากเกิดเหตุการณ์ฆ่าตัวตาย เริ่มต้นตั้งแต่การสร้างทีมเฉพาะกิจ วางแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน แบ่งหน้าที่ในการรับผิดชอบ ประสานงานกับคุณครูในโรงเรียน ผู้ปกครองของนักเรียน และดูแลสภาพจิตใจของนักเรียน

และที่สำคัญ หลังจากดูแลนักเรียนแล้ว คุณครูอย่าลืมหันกลับมาดูแลสุขภาพหัวใจของตัวเองกันด้วยนะ อย่าลืมว่าครูเองก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งเช่นเดียวกัน


อ้างอิงและข้อมูลเพิ่มเติม

ข้อมูลนี้ถูกเรียบเรียงจาก After a suicide: A Toolkit for Schools (Second edition) คุณครูสามารถคลิกเพื่อเข้าไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมอย่างละเอียดได้ และถ้าคุณครูต้องการแหล่งข้อมูลเพิ่มเติมและช่องทางการติดต่อกับหน่วยงานที่สามารถช่วยเหลือในเรื่องนี้ได้ สามารถติดต่อผ่านช่องทางข้างล่างนี้


สายด่วนสุขภาพจิต | 1323
คลินิกสุขภาพจิตในโรงพยาบาลทั่วไป
บริการรับฟังเรื่องสุขภาพจิต | www.satiapp.co
ไลน์แชทปรึกษาสุขภาพจิตเบื้องต้น | @Khuikun
แบบประเมินสุขภาพจิตตนเอง | www.วัดใจ.com
เลิฟแคร์สเตชั่น ช่องทางเพื่อวัยรุ่น
ปรึกษาออนไลน์ (16.00-24.00) | www.lovecarestation.com
ไลน์แชท (12.00 – 20.00) | @LoveCareStation
มูลนิธิสายเด็ก ช่องทางให้คำปรึกษาเพื่อเด็กอายุไม่เกิน 18 ปี | www.childlinethailand.org โทรสายเด็ก 24 ชม. | 1387
ไลน์แชท | @saidek1387
แชทเมสแซนเจอร์ | http://m.me/childlinethailand
เครื่องมือคัดกรองอาการสุขภาพจิต และอบรมความรู้สำหรับครู | learning.hero-app.in.t

ไอเดียนี้เป็นไงบ้าง?

0
ได้แรงบันดาลใจ
0
ลงไอเดียอีกน้า~
default-avatar
แบ่งปันโดย
insKru
insKru Official Account เราจะคอยผลักดันและเชิญชวนคุณครูมาร่วมสร้างสรรค์ไอเดียการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการศึกษาไทยต่อไป

อยากร่วมแลกเปลี่ยน?

please login

แสดงความเห็นกับสมาชิกใน insKru

เก็บไอเดียไว้อ่าน และอีกมากมาย

icon-please-commentมาเป็นคนแรกที่แลกเปลี่ยนสิ!
credit idea

ได้แรงบันดาลใจเต็มๆ เลยใช่มั้ย?
บันทึกแรงบันดาลใจที่ได้รับเก็บไว้ไม่มีลืมผ่านการเขียนไอเดียเลย!

ไอเดียน่าอ่านต่อ