
แน่นอนว่าการตัดสินใจฆ่าตัวตายนั้นเป็นสิ่งที่หลายคนไม่ต้องการให้เกิดขึ้น และยิ่งถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับนักเรียนภายในโรงเรียนแล้ว ยิ่งทำให้โรงเรียนต้องเผชิญหน้ากับภาวะที่โรงเรียนต้องรีบเข้ามาบริหารสถานการณ์โดยทันที ไม่ว่าจะเป็นความเศร้าโศกเสียใจที่เกิดขึ้นกับนักเรียน คุณครู หรือว่าผู้ปกครองของนักเรียน
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังนำไปสู่ความสนใจของสื่อมวลชนภายนอก ข่าวลือและข้อมูลเท็จมากมายที่ควบคุมได้อย่างยากลำบาก การสื่อสารที่ผิดพลาด และบทสนทนาเหล่านั้นยิ่งทำให้สิ่งต่าง ๆ ย้อนกลับมาซ้ำเติมให้เรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้นแย่ลงกว่าเดิม
แล้วโรงเรียนควรจะมีมาตรการและแนวทางในการปฏิบัติอย่างไร เมื่อพบว่ามีนักเรียนตัดสินใจฆ่าตัวตาย ชวนคุณครูมาศึกษาขั้นตอนในการดำเนินการหลังจากเกิดวิกฤติขึ้นในโรงเรียน (Crisis response) สิ่งใดที่โรงเรียนควรทำ และสิ่งใดที่โรงเรียนควรจะระมัดระวัง ลองไปดู 3 ขั้นตอนในการบริหารสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกันเถอะ

หลังจากเกิดเหตุการณ์ขึ้น โรงเรียนรีบจัดตั้ง “ทีมเฉพาะกิจเพื่อรับมือกับวิกฤติ (Crisis response team)” ทันที โดยประกอบไปด้วยทีมงานจำนวน 5-6 คน แต่ไม่ควรเกิน 15 คน เนื่องจากเหตุผลด้านความคล่องตัวในการดำเนินงาน ในทางอุดมคติแล้วทีมเฉพาะกิจนั้นควรจะประกอบไปด้วยผู้ที่มีความรู้เฉพาะทางกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น
นอกจากนี้สามารถเพิ่มเจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยี (information technology staff) เข้าไปในทีมเพื่อช่วยเหลือด้านการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียได้อีกด้วย
ทีมที่สร้างขึ้นจะเป็นทีมที่ดำเนินงานเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการทำงาน การประสานกับผู้ปกครองนักเรียน การดูแลสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงเรียน และออกแบบการรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่ถ้าโรงเรียนไม่มีตำแหน่งที่กล่าวมาข้างต้น สามารถกำหนดให้คุณครูที่มีความสามารถดังกล่าวมาปฏิบัติหน้าที่ทดแทนได้ จะเห็นได้ว่าในสถานการณ์แบบนี้ตำแหน่งสนับสนุนการทำงานภายในโรงเรียนนั้นมีความสำคัญอย่างมาก

โดยหลักการแล้วโรงเรียนควรที่จะสร้างทีมและเรียกประชุมด่วนภายใน 1 ชั่วโมงหลังจากเกิดเหตุการณ์ขึ้น โดยจะต้องกำหนดหัวข้อในการประชุมเพื่อพูดคุยและได้คำตอบในประเด็นดังต่อไปนี้ เพื่อนำไปทำงานต่อในระหว่างวัน

สภาพจิตใจของนักเรียนในโรงเรียนและผู้ปกครองของนักเรียนที่เสียชีวิตคือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่โรงเรียนจะต้องให้ความสำคัญ ทางโรงเรียนควรที่จะมีขั้นตอนในการดูแลดังต่อไปนี้

สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือการร่วมกันถอดบทเรียนหลังจากรับมือกับภาวะวิกฤติมาตลอดทั้งวัน โรงเรียนควรเรียกประชุม ทีมเฉพาะกิจเพื่อรับมือกับวิกฤติ (Crisis response team) อีกครั้งเพื่อพูดคุยกันในประเด็นดังต่อไปนี้
การทำเช่นนี้จะเป็นการเคารพและให้เกียรติกับทีมงานที่ช่วยกันทำงานอย่างเต็มที่ภายใต้สภาวะกดดันและรับมือได้ยาก โรงเรียนควรที่จะมองทีมงานในฐานะของมนุษย์ที่มีความเหนื่อยล้า อารมณ์ และความเครียด อย่าลืมชื่นชมและให้กำลังใจทีมงานด้วยนะ!
3 ขั้นตอนที่โรงเรียนควรทำหลังจากเกิดเหตุการณ์ฆ่าตัวตาย เริ่มต้นตั้งแต่การสร้างทีมเฉพาะกิจ วางแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน แบ่งหน้าที่ในการรับผิดชอบ ประสานงานกับคุณครูในโรงเรียน ผู้ปกครองของนักเรียน และดูแลสภาพจิตใจของนักเรียน
และที่สำคัญ หลังจากดูแลนักเรียนแล้ว คุณครูอย่าลืมหันกลับมาดูแลสุขภาพหัวใจของตัวเองกันด้วยนะ อย่าลืมว่าครูเองก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งเช่นเดียวกัน
ข้อมูลนี้ถูกเรียบเรียงจาก After a suicide: A Toolkit for Schools (Second edition) คุณครูสามารถคลิกเพื่อเข้าไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมอย่างละเอียดได้ และถ้าคุณครูต้องการแหล่งข้อมูลเพิ่มเติมและช่องทางการติดต่อกับหน่วยงานที่สามารถช่วยเหลือในเรื่องนี้ได้ สามารถติดต่อผ่านช่องทางข้างล่างนี้
สายด่วนสุขภาพจิต | 1323
คลินิกสุขภาพจิตในโรงพยาบาลทั่วไป
บริการรับฟังเรื่องสุขภาพจิต | www.satiapp.co
ไลน์แชทปรึกษาสุขภาพจิตเบื้องต้น | @Khuikun
แบบประเมินสุขภาพจิตตนเอง | www.วัดใจ.com
เลิฟแคร์สเตชั่น ช่องทางเพื่อวัยรุ่น
ปรึกษาออนไลน์ (16.00-24.00) | www.lovecarestation.com
ไลน์แชท (12.00 – 20.00) | @LoveCareStation
มูลนิธิสายเด็ก ช่องทางให้คำปรึกษาเพื่อเด็กอายุไม่เกิน 18 ปี | www.childlinethailand.org โทรสายเด็ก 24 ชม. | 1387
ไลน์แชท | @saidek1387
แชทเมสแซนเจอร์ | http://m.me/childlinethailand
เครื่องมือคัดกรองอาการสุขภาพจิต และอบรมความรู้สำหรับครู | learning.hero-app.in.t
แสดงความเห็นกับสมาชิกใน insKru
เก็บไอเดียไว้อ่าน และอีกมากมาย
ได้แรงบันดาลใจเต็มๆ เลยใช่มั้ย?
บันทึกแรงบันดาลใจที่ได้รับเก็บไว้ไม่มีลืมผ่านการเขียนไอเดียเลย!