
👀 เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า “พื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone)” คืออะไรกันแน่?
พื้นที่ปลอดภัย หมายถึง บรรยากาศที่ทำให้นักเรียนรู้สึกปลอดภัยที่จะแสดงความคิดเห็นของตนเอง โดยไม่กังวลว่าความคิดเห็นนั้นจะถูกตัดสินหรือประเมินค่าจากคนโดยรอบ บรรยากาศเช่นนี้จะส่งเสริมให้นักเรียนมีความกล้าที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการเรียนมากยิ่งขึ้น เนื่องจากนักเรียนจะรับรู้ว่าความคิดเห็นของพวกเขาจะถูกเคารพและรับฟังอย่างจริงใจ

โดยกระบวนการที่ครูคัตเตอร์ชวนคุณครูพูดคุยในวง PLC นั้นมีขั้นตอนดังนี้
Check in - ชวนคุณครูแบ่งปันประสบการณ์การสร้างพื้นที่ปลอดภัยในห้องเรียน
Sharing - ชวนคุณครูถอดบทเรียนจากประสบการณ์การสร้างพื้นที่ปลอดภัย
How to - แล้วเราจะสร้างพื้นที่ปลอดภัยในชีวิตจริงของตัวเองอย่างไรบ้าง
Check out - แบ่งปันความรู้สึกเมื่อได้เข้าร่วมห้อง "พื้นที่ปลอดภัย สร้างยังไงดี"
โดยการพูดคุยทั้งหมด ทำให้เราได้ประเด็นต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

📌 ความรู้เรื่องพัฒนาการและช่วงวัยของเด็ก
นักเรียนแต่ละช่วงวัยจะมีแรงจูงใจและความต้องการที่แตกต่างกันไป ซึ่งจะส่งผลต่อแนวทางในการสร้างพื้นที่ปลอดภัยของคุณครู นักเรียนระดับประถมศึกษาอาจจะรู้สึกปลอดภัยหากคุณครูให้ความสำคัญในเรื่องความสัมพันธ์ในห้องเรียน แต่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาอาจจะรู้สึกปลอดภัยหากได้เห็นว่าคุณครูของพวกเขาสามารถให้คำปรึกษาเรื่องการเรียนและการวางแผนอนาคตได้
📌 ทักษะการสื่อสารเชิงบวก
การรับฟังเรื่องราวที่นักเรียนเล่าให้ฟังโดยไม่ด่วนตัดสินว่าเรื่องที่พวกเขาพูดนั้นผิดหรือถูก จะทำให้พวกเขารู้สึกปลอดภัยที่จะเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่เขาเจอมากยิ่งขึ้น และถ้าหากคุณครูมีทักษะในการสื่อสารอย่างสันติ (Non-Violence Communication; NVC) ก็จะทำให้คุณครูสามารถค้นหาความต้องการและความรู้สึกของนักเรียนขณะที่กำลังสนทนาอยู่ได้
📌 มุมมองและความสัมพันธ์ที่ดีต่อเด็ก
ความเชื่อของคุณครูส่งผลต่อการสร้างพื้นที่ปลอดภัยเป็นอย่างมาก หากคุณครูเชื่อว่าความรู้สึกของนักเรียนเป็นเรื่องที่สำคัญต่อการเรียนรู้ เชื่อมั่นว่านักเรียนแต่ละคนต้องการพื้นที่ปลอดภัยในการเติบโต ความเชื่อเหล่านี้จะเป็นแรงผลักดันให้คุณครูสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เกิดขึ้นได้ในห้องเรียน

3 วิธีง่าย ๆ ที่จะช่วยสร้างพื้นที่ปลอดภัยในห้องเรียน
✏️ เปิดพื้นที่ปลอดภัยด้วยการ “ชวนคุยในเรื่องที่นักเรียนสนใจ”
การชวนคุยในเรื่องที่พวกเขากำลังสนใจอยู่นั้น เช่น ภาพยนตร์ ซีรีส์ กีฬา หรือศิลปินเกาหลีที่พวกเขาชอบ จะทำให้นักเรียนเห็นว่าคุณครูนั้นกำลังคุยด้วย “ภาษาเดียวกัน” หรือ “เป็นพวกเดียวกัน” กับพวกเขา เมื่อนักเรียนรู้ว่าคุณครูสนใจในเรื่องที่เขาสนใจจะช่วยกระชับมิตรและพิชิตใจเด็กมากยิ่งขึ้น
✏️ เปิดพื้นที่ปลอดภัยด้วยการ “บอกเล่าเรื่องราวที่คุณครูเคยทำผิดพลาด”
แม้ว่าจะมีสุภาษิตไทยที่กล่าวไว้ว่า “ผิดเป็นครู” แต่ด้วยภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือที่คุณครูอยากสร้างให้นักเรียนรับรู้ ทำให้คุณครูในสายตานักเรียนนั้นเป็นบุคคลที่สมบูรณ์แบบและไม่มีข้อผิดพลาดใด ๆ ในการใช้ชีวิต การรับรู้เช่นนี้ยิ่งทำให้นักเรียนไม่กล้าเข้าหาคุณครู และมองว่าคุณครูนั้น “สมบูรณ์แบบจนเกินไป”
หากคุณครูลองหยิบยกเรื่องราวที่คุณครูเคยทำผิดพลาดในชีวิต เช่น “ครูเองก็เคยสอบตกเหมือนกัน” “วันนั้นครูนั่งรถเมล์ผิดสาย” หรือ “ตอนเป็นนักเรียน ครูลืมทำการบ้านตลอดเลย” นักเรียนจะรับรู้ได้ว่าครูเองก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่สามารถทำผิดพลาดได้ (เหมือนกับนักเรียนนั่นแหละ!) บทสนทนาเหล่านี้จะค่อย ๆ สร้างความรู้สึกปลอดภัยในการแบ่งปันความผิดพลาดซึ่งกันและกันในห้องเรียน
✏️ เปิดพื้นที่ปลอดภัยด้วยการ “ทำกิจกรรมนอกห้องเรียนร่วมกับเด็ก ๆ”
ตอนพักกลางวันหรือตอนเย็น เด็ก ๆ เขาทำกิจกรรมอะไรกันบ้างนะ เตะบอล เล่นบาส เล่นเกมออนไลน์ เม้ามอยหอยสังข์ กิจกรรมนอกห้องเรียนเช่นนี้ หากคุณครูได้ลองกระโจนเข้าไปร่วมกับพวกเขาด้วย นอกจากเราจะรู้จักนักเรียนมากยิ่งขึ้น ยังทำให้นักเรียนได้เห็นคุณครูในมิติอื่น ๆ นอกจากการจัดการเรียนรู้ในห้องเรียนด้วย
“เอ๋ จริง ๆ แล้วคุณครูเองก็เป็นคนตลกนี่หน่าา~”
ไม่แน่ว่าเด็ก ๆ อาจจะเพิ่งรับรู้จากกิจกรรมนอกห้องเรียนก็ได้นะ

📍 จากที่เมื่อก่อนนักเรียนไม่ค่อยกล้าเข้ามาคุยกับเรา ตอนนี้เขากล้าเข้ามาคุยกับเรามากยิ่งขึ้น
📍 จากเมื่อก่อนที่เขาไม่ค่อยตั้งใจเรียน ตอนนี้คะแนนสอบของนักเรียนสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
📍 จากเมื่อก่อนที่นักเรียนรู้สึกแปลกแยกในห้องเรียน ตอนนี้เขากลับมาเป็นส่วนหนึ่งของห้องเรียน
📍 จากเมื่อก่อนที่นักเรียนไม่ค่อยมีส่วนร่วมในการเรียน ตอนนี้เขาสนใจเรียนและรับผิดชอบได้มากขึ้น
จะสังเกตเห็นว่าพื้นที่ปลอดภัยนั้น นอกจากจะช่วยส่งเสริมในด้านของความสัมพันธ์แล้ว ยังส่งผลต่อด้านการมีส่วนร่วมในการเรียน ความเป็นส่วนหนึ่งในห้องเรียน ความรับผิดชอบตนเอง และยังช่วยส่งเสริมด้านการเรียนรู้เชิงวิชาการอีกด้วย

เมื่อพูดถึงการสร้างพื้นที่ปลอดภัย คุณครูก็มักจะนึกถึงการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้นักเรียน พยายามทำให้ทุกคนในห้องเรียนนั้นกล้าที่จะพูด กล้าที่จะแสดงความคิดเห็น กล้าที่จะแสดงความรู้สึก และรู้สึกปลอดภัยเมื่อตนเองทำผิดพลาด แต่ทุกคนที่ว่านั้นกลับลืมนึกถึงคนสำคัญอีกคนในห้องเรียน นั่นก็คือตัวคุณครูเอง
หลังจากสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้นักเรียนแล้ว อย่าลืมหันลับมาสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ตัวเองด้วยเทคนิคง่าย ๆ เช่น การให้อภัยเมื่อตัวเองทำผิดพลาด การมองหาความสุขเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน หรือการเขียนบันทึกเพื่อคุยกับตัวเองตอนก่อนนอนเพื่อรู้เท่าทันความคิดและความรู้สึกที่เกิดขึ้น
เราเชื่อว่าพื้นที่ปลอดภัยนั้นเปิดกว้างสำหรับทุกคน ไม่ใช่เพียงนักเรียน แต่ต้องรวมถึงคุณครูด้วย
“ฮีลใจมาก ๆ มีพลังงานในการทำงานเพิ่มขึ้น 100%”
“ได้รู้จักเพื่อนครูใหม่ ๆ เพิ่มพื้นที่ปลอดภัยได้แม้เพิ่งรู้จักกัน”
“รู้สึกผิดคาด เพราะตั้งใจมากรับฟังหลักการเพื่อหาทางออกให้ตัวเอง แต่ภาพที่ได้ในวันนี้ คือการแชร์ประสบการณ์และวิธีการที่ไม่มีอะไรตายตัว”
ขอเป็นกำลังใจให้กับคุณครูที่เข้ามาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ในการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เกิดขึ้นในห้องเรียน และก็อย่าลืมสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ตัวเองกันด้วยนะ!
สำหรับคุณครูที่สนใจกิจกรรมแบบนี้อีก อย่างลืมติดตามทุกช่องทางโซเชียลมีเดียของ insKru เอาไว้ จะได้ไม่พลาดกิจกรรม “ครูปล่อยของ PLC Day” ในครั้งถัดไป
แสดงความเห็นกับสมาชิกใน insKru
เก็บไอเดียไว้อ่าน และอีกมากมาย
ได้แรงบันดาลใจเต็มๆ เลยใช่มั้ย?
บันทึกแรงบันดาลใจที่ได้รับเก็บไว้ไม่มีลืมผ่านการเขียนไอเดียเลย!