icon
profile

🤩 สกิลลับ ฉบับครูมัธยม

8110
ภาพประกอบไอเดีย 🤩 สกิลลับ ฉบับครูมัธยม

หลังจากที่ได้เห็นสกิลลับของครูประถมกันไปแล้ว

insKru จึงชวนคุณครูมัธยมมาเล่าสกิลลับกันบ้าง

การรับมือกับเด็กโตก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

ต้องมีทั้งสกิลนักวิชาการ เป็นพี่อ้อยพี่ฉอด

และอีกหลายสกิลที่หลายคนอาจไม่เคยรู้


คุณครูมัธยมคนอื่น ๆ ก็มาแชร์สกิลลับของตัวเอง

ไว้ในคอมเมนต์ข้างล่างได้เลยน้า


ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

เมื่อนักเรียนเริ่มเข้าสู่ชั้นมัธยมแล้ว แน่นอนว่า เนื้อหาที่ได้เรียนจะต้องหนักขึ้นกว่าระดับชั้นที่ผ่าน ๆ มา ทำให้คุณครูจะต้องเตรียมเนื้อหาที่ค่อนข้างเจาะลึกและละเอียดมากกว่าระดับชั้นอื่น ๆ เพื่อปูพื้นฐานให้นักเรียนนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในอนาคต


ครูบีท-วรภัทร ทองสาท แนะนำว่า คนที่จะมาเป็นครูมัธยม ต้องมีความรอบรู้ในวิชาที่ตัวเองสอน มีความเชี่ยวชาญในเนื้อหาที่สอนมากเป็นพิเศษ เพราะในระดับชั้นมัธยมนั้นจะเน้นเนื้อหาเกี่ยวกับวิชาการที่ค่อนข้างเข้มข้นกว่าที่ผ่านมา ซึ่งจะแตกต่างจากระดับประถมตรงที่ว่า ระดับชั้นประถมจะเน้นการสอนพื้นฐานเป็นหลัก แต่มัธยมจะลงลึกในส่วนของรายละเอียดปลีกย่อยมากขึ้น การเตรียมเนื้อหาการสอนของคุณครูจึงจะต้องเข้มข้นมากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น ถ้าคุณครูมีสกิลความรอบรู้ในวิชาที่สอนเป็นอย่างดี ก็จะทำให้การเตรียมเนื้อหาการสอนที่มีจำนวนมาก หรือมีรายละเอียดค่อนข้างมากเป็นไปได้อย่างราบรื่น


การเป็นครูมัธยม จึงไม่ใช่แค่สอนตามตำราเพียงอย่างเดียว แต่จะต้องมีความรอบรู้และเชี่ยวชาญ ต้องรู้จักแหล่งค้นคว้าข้อมูลที่หลากหลาย และหมั่นหาข้อมูลเพื่ออัพเดตความรู้อยู่ตลอดเวลา เรียกได้ว่า ความรู้จะต้องแน่น ต้องเป๊ะปัง ความโป๊ะต้องเป็น 0 เพราะจะส่งผลต่อความรู้ความเข้าใจของนักเรียนอย่างชัดเจน เมื่อนักเรียนไปเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นหรือนำความรู้จากคุณครูไปใช้ในการประกอบอาชีพ


ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

นักเรียนระดับชั้นมัธยมหลายคนเลือกปรึกษาคุณครู เมื่อเจอกับปัญหาหนักใจในเรื่องที่ไม่สามารถขอคำปรึกษาหรือไม่สะดวกใจที่จะปรึกษากับครอบครัว ทำให้คุณครูในระดับชั้นมัธยม ต้องรับบทเป็นพี่อ้อยพี่ฉอดแห่งรายการ Club Friday ที่ต้องพร้อมจะให้ความช่วยเหลือกับนักเรียนอยู่เสมอ


เช่นเดียวกันกับ ครูโบว์-วรรณิภา ศรีนนท์ ที่มักจะเจอนักเรียนมาขอคำปรึกษาบ่อยครั้ง ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่คือ เรื่องการเรียน เรื่องของสังคมในมหาวิทยาลัย หรือเรื่องสายการเรียนต่าง ๆ ที่บางคนก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร หรือเรียนด้านใดดี


ครูโบว์จึงได้แชร์เทคนิคในการให้คำปรึกษากับเราว่า ครูไม่ควรใช้ตัวเองเป็นบรรทัดฐาน เพื่อแก้ปัญหาหรือให้คำปรึกษา เพราะปัญหาที่แต่ละคนเจอนั้นแตกต่างกัน คนที่เจอปัญหาโดยตรงกับคนที่ให้คำปรึกษาอาจมีมุมมองต่างกัน คุณครูควรจะให้คำปรึกษาแบบที่ไม่เอาความคิดเห็นของตัวเองไปตัดสินนักเรียน และพยายามรับฟังนักเรียนให้ได้มากที่สุด หากปัญหานั้น ๆ เป็นเรื่องใหญ่มาก คุณครูอาจเลือกคุยกับผู้ปกครองของนักเรียนเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกันด้วย


ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

อีกหน้าที่หนึ่งที่สำคัญมาก ๆ สำหรับคุณครูระดับมัธยม นั่นคือการเป็นผู้คอยส่งเสริมพัฒนาการทางบุคลิกภาพให้แก่นักเรียน และทำความเข้าใจพฤติกรรมของนักเรียนด้วย เพื่อส่งเสริมและพัฒนานักเรียนตามศักยภาพของแต่ละคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การที่คุณครูศึกษาหลักจิตวิทยาวัยรุ่น ทำให้คุณครูเข้าใจในพฤติกรรมและลักษณะนิสัยของนักเรียน รู้ว่านักเรียนต้องการอะไร และต้องพัฒนาต่อไปอย่างไร


ครูส้ม - ศิริลักษณ์ ภักดีโยธิน ได้พูดถึงความสำคัญของจิตวิทยาวัยรุ่นให้เราฟังว่า การรู้จิตวิทยาวัยรุ่นจะทำให้เราเข้าใจธรรมชาติ และเข้าใจพฤติกรรมของนักเรียนได้ดีมากขึ้น ซึ่งจะทำให้คุณครูจัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับวัยและความสนใจของนักเรียน จัดกิจกรรมระหว่างการเรียนการสอนได้อย่างสนุกสนาน พัฒนาความรู้ความสามารถของนักเรียนให้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้นักเรียนเปิดใจกับคุณครูและเนื้อหาที่คุณครูเตรียมมาสอนได้มากขึ้นอีกด้วย


อาจเป็นรูปภาพของ ‎ข้อความพูดว่า "‎İnskr ะพนูสูตผู้รู้รอบด้าน การมีความรู้รอบตัว ตามเทรนด์ ทันกระแส สังคม ے ครูนัส- มนัชยา กระโห้ทอง ครูประจำชั้นม.4-ม.5‎"‎

หลาย ๆ คนอาจเข้าใจว่า การที่เรารู้ทุกอย่างเหมือนมนุษย์เป็ดนั้นอาจดูไม่ดี แต่ครูนัส - มนัชยา กระโห้ทอง ไม่ได้คิดเช่นนั้น เพราะคุณครูมองว่าสิ่งสำคัญที่คุณครูควรมี คือทักษะความรอบรู้ในหลาย ๆ เรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องที่อยู่นอกตำราเรียน

“หลายคนจะคิดว่า การที่เรารู้ทุกอย่างเหมือนเป็ดมันไม่ดี แต่จริง ๆ แล้วทักษะที่ครูควรมีก็คือทักษะการรู้ทุกอย่างเหมือนเป็ดนี่แหละ คนเป็นครูควรจะต้องรู้ทุกเรื่อง เราอาจจะรู้นิด ๆ หน่อย ๆ แต่พอนำความรู้มารวมกันแล้ว เราก็สามารถนำความรู้ตรงนี้มาแนะแนวทางให้กับนักเรียนได้มากขึ้น”


เพราะเด็ก ๆ ในยุคนี้ โดยเฉพาะนักเรียนมัธยม ก็เริ่มสนใจในเทรนด์หรือกระแสสังคมซึ่งเป็นเรื่องนอกตำราเรียนมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น เรื่องการเมือง เรื่องการเทรดหุ้น การเทรดคริปโต เป็นต้น ดังนั้นคนที่จะมาเป็นครูมัธยม จึงต้องก้าวตามกระแสสังคมปัจจุบัน เพื่อตามนักเรียนให้ทัน ในเมื่อนักเรียนไม่หยุดนิ่งที่จะตามทันกระแสสังคม คุณครูอย่างเราจะหยุดนิ่งได้ยังไงกันล่ะ จริงมั้ย


ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

จากสถิติของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ใน ปี 2564 พบว่าประชากรไทยใน Gen Z ที่อายุน้อยกว่า 21 ปี ใช้อินเทอร์เน็ต เฉลี่ยวันละ 12 ชั่วโมง 5 นาที นับว่านานที่สุดเมื่อเทียบกับช่วงวัยอื่น ๆ จึงมีโอกาสที่นักเรียนจะได้รับอิทธิพลจากโซเชียลมีเดียมากขึ้นตามไปด้วย คุณครูในระดับชั้นมัธยมจึงต้องมีสกิลในการตามทันเทรนด์โซเชียล เพื่อที่จะได้ตามทันนักเรียนด้วยเช่นกัน


ครูเมย์ - จารุวรรณ ยิ้มจันทร์ มองว่าสกิลการนำเอาสื่อต่าง ๆ ที่อยู่ในสังคมออนไลน์ มาปรับให้เข้ากันกับการเรียนการสอนนั้นเป็นเรื่องสำคัญมาก หากคุณครูรู้จักนำเอาสื่อต่าง ๆ มาปรับใช้ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อนักเรียนอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น คลิปการออกเสียง หรือคำยอดฮิตในโลกออนไลน์ ก็สามารถนำมาปรับใช้ในการสอนภาษาได้ หรือคุณครูอาจหยิบยกสิ่งที่สังคมกำลังให้ความสนใจมาปรับให้เข้ากับเนื้อหาวิชาของคุณครูก็ได้


แต่การใช้ทักษะนี้ก็อาจมีข้อจำกัดในแง่ความเชื่อมโยงกับชีวิตของนักเรียนและคุณครูในบางพื้นที่ จึงอาจจะต้องพิจารณาที่จะเลือกหยิบใช้บางเรื่องราว บางเทคนิคตามความเหมาะสมของช่วงวัยนักเรียน และบริบทของโรงเรียนด้วยนะ


อาจเป็นรูปภาพของ ข้อความพูดว่า "inskru เพื่อนอีกคนของนักเรียน รู้ทัน รับฟัง ปรับตัว ครูเมย์ ยศวีย์ ล่องทอง ครูประจำชั้นม.5 5"

ช่วงวัยมัธยมอยู่ในระหว่างการปรับเปลี่ยนตลอดเวลา ทั้งร่างกาย และจิตใจ กระบวนการเติบโตสู่โลกของผู้ใหญ่ ทำให้นักเรียนมัธยมเริ่มมีความคิดและพฤติกรรมที่ซับซ้อนขึ้น ดังนั้นคุณครูจึงต้องพยายามทำความเข้าใจพวกเขา เพื่อให้คุณครูมีความสุขในการทำงาน และนักเรียนก็จะมีความสุขในการเรียนกับคุณครูตามไปด้วย


ครูเมย์ - ยศวีร์ ล่องทอง มองว่า ทักษะที่สำคัญสำหรับครูมัธยม ต้องประกอบไปด้วย 3 สิ่ง คือ รู้ทัน รับฟัง ปรับตัว โดยการรู้ทัน คือการทำความเข้าใจ สังเกต ติดตามเพื่อให้รู้ว่าตอนนี้นักเรียนคิดอะไรอยู่หรือกำลังตัดสินใจจะทำอะไร ต่อมาคือ การรับฟังเหตุผลที่เขาแสดงพฤติกรรมบางอย่างออกมา โดยที่ไม่ตัดสินนักเรียนแค่จากสิ่งที่เห็นเพียงอย่างเดียว เหมือนเป็นเพื่อนคนหนึ่งของนักเรียนที่สามารถแลกเปลี่ยน พูดคุยกันได้


อีกสกิลที่สำคัญคือ การปรับตัวให้เข้ากับเด็กนักเรียน เพราะคุณครูจะต้องได้เจอนักเรียนอีกหลายต่อหลายรุ่น ลองหาเทคนิคการสอนที่สามารถปรับให้เข้ากับนักเรียนในแต่ละช่วงวัย ในแต่ละรุ่น แต่ก็อย่าเผลอลืมความเป็นตัวเองน้า




รีวิว
(0)
ดาวน์โหลด
(0)
เก็บไว้อ่าน
(1)