inskru

ชีวิตครูไทยในโลกคู่ขนาน

0
0
ภาพประกอบไอเดีย ชีวิตครูไทยในโลกคู่ขนาน

💖ตัวเราก็เป็นครูไทยมาตั้งหลายปี

ได้เห็น ได้เจออะไรมาตั้งเยอะแยะ

บางครั้งก็มีเอ๊ะ ๆ เอะใจขึ้นมาว่า

ตัวเราในอีกจักรวาลยังเป็นครูอยู่มั้ย ?

แล้วคิดว่าเขาจะมีความเป็นอยู่ยังไงบ้างนะ ?


วันนี้ insKru และ Childimpact ขอเปิดประตูมิติ

ชวนคุณครูดูชีวิตแต่ละวันว่าจะเป็นอย่างไร

ที่เราเจออยู่เป็นโลกบนหรือโลกล่างกัน

ถ้าพร้อมแล้วไปดู ชีวิตครูไทยในโลกคู่ขนานกันได้เลย !


💬เรามาดู 1 วันของทั้งครูและนักเรียนกัน

ว่าต้องเจอกับอะไร ในมิติด้านใดบ้าง

แล้วมาคอมเมนต์กันหน่อยว่า

โลกใบไหนที่เรากำลังอาศัยอยู่ตอนนี้

และโลกใบไหนที่เราอยากอยู่กันแน่นะ


🧑‍🏫โลกที่เรากำลังอาศัยอยู่คือโลกไหนกัน ?

ระหว่างโลกข้างบนที่ครูกับเพื่อนครูคอยพูดคุย

ช่วยกันแก้ปัญหาในห้องเรียนของกันและกัน

ช่วยแนะนำวิธีการสอน หรือเรื่องราวที่น่าสนใจ

ให้แก่กัน เติมกำลังใจกัน จนรู้สึกว่าเข้าห้องพักครูทีไร

ก็มีแต่ความสุข แฮปปี้ พร้อมจะไปสอนต่อ


หรือโลกข้างล่าง ที่เพื่อนครูคอยนินทากันทั้งวัน

พร้อมบ่นเรื่องงานตลอดเวลา แต่ไม่ได้หาเหตุผล

ที่อยู่เบื้องหลัง และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเลย

ทำเอาแค่ได้ยิน เราก็รู้สึกดาวน์ เซ็ง

กลายเป็นไม่พร้อมจะไปสอนต่อ


แล้วโลกใบไหนกันละที่เราอยากอยู่ ?


🏡โลกที่เรากำลังอาศัยอยู่คือโลกไหนกัน ?

ระหว่างโลกข้างบนที่คุณครูอยู่ในบ้านพักครู

ใกล้ตัวโรงเรียน ตัวบ้านไม่ได้แพงหรือหรูหรา

แต่ก็มีการดูแลสม่ำเสมอ น้ำไหลดี มีความสะอาด

ไฟสว่าง และรู้สึกปลอดภัย พอไม่ต้องดูแล

ด้วยตัวเองก็มีแรงเหลือไปสอนได้อย่างเต็มที่


หรือโลกข้างล่างที่คุณครูอยู่ในบ้านพักครู

ซึ่งอยู่ในรั้วโรงเรียน ตัวบ้านดูใช้งานมาหลายช่วงอายุ

พอทนนอนได้อยู่บ้าง บางทีผนังไม้ก็หลุดลอกไป

หลอดไฟก็สว่างบ้างดับบ้าง น้ำประปาก็พอมีใช้

ไหลค่อย ๆ แต่ก็ไม่สะอาดอยู่ดี ต้องใช้แรงงาน

และแรงเงินของตัวเองนี่แหละในการบำรุงรักษา

กลายเป็นไม่มีกำลังในการสอนอย่างเต็มที่


แล้วโลกใบไหนกันละที่เราอยากอยู่ ?


😍โลกที่เรากำลังอาศัยอยู่คือโลกไหนกัน

ระหว่างโลกข้างบนที่ในห้องเรียน นักเรียนสนใจ

การเรียนอย่างเต็มที่ ยกมือตอบคำถามกัน

พูดคุยโต้ตอบ มีส่วนร่วมกับคุณครูอย่างเต็มที่

ถ้านักเรียนเริ่มคุยกันเองเยอะ เราก็ยังมีพลังเหลือ

สามารถรับมือนักเรียนได้อย่างสร้างสรรค์

ไม่ต้องมาดุกันให้เสียบรรยากาศ


หรือโลกข้างล่างที่ในห้องเรียน นักเรียนเอาแต่คุยกัน

เจี๊ยวจ๊าว เสียงดัง ไม่อยากเรียน บางคนก็แอบโดด

ออกหน้าต่างหนีเรียนไปละ บางคนที่อยู่ในห้อง

ก็ไม่สนใจ นั่งหนีบผมอยู่ในห้อง เราก็ต้องมาดุเขา

แบบเป็นบ้าเป็นหลัง เพื่อให้การสอนดำเนินต่อไปได้


แล้วโลกใบไหนกันละที่เราอยากอยู่ ?


☕️โลกที่เรากำลังอาศัยอยู่คือโลกไหนกัน

ระหว่างโลกข้างบนที่ในวันหยุด คุณครูได้มีเวลา

ในการพักผ่อนเต็มที่ ได้อยู่บ้านกินข้าวกับครอบครัว

เปิดช่อง 9 การ์ตูนดูพร้อมกันอย่างสบายใจ

มีเวลาไปปิกนิกที่สวน และเรียนรู้งานอดิเรกใหม่ ๆ

เติมไฟให้เต็ม ก่อนกลับมาสอนในห้องอีกครั้ง


หรือโลกข้างล่างที่ในวันหยุด คุณครูกลับต้องมา

เป็นเวรที่โรงเรียน นั่งเคลียร์กองงานเอกสารต่าง ๆ

พอเป็นแบบนี้พลังก็หมดละ ต้องกลับมาสอนแบบมึน ๆ

ในสัปดาห์ต่อไปซะอย่างนั้น


แล้วโลกใบไหนกันละที่เราอยากอยู่ ?


🤗โลกที่เรากำลังอาศัยอยู่คือโลกไหนกัน

ระหว่างโลกข้างบนที่คุณครูและเพื่อนครูมีอะไรก็

กล้าคุยกัน มีผู้อำนวยการโรงเรียนที่น่ารัก สามารถคุย

หรือให้ฟีดแบ็คกันได้ รวมถึงเรามีส่วนในการร่วม

ตัดสินใจเรื่องใหญ่ ๆ ในโรงเรียน โดยไม่ต้องรอ

ผู้อำนวยการสั่งลงมาอย่างเดียว


หรือโลกข้างล่างที่เพื่อนครูไม่คุย ไม่สื่อสารอะไรเลย

มารู้อีกทีก็ต้องมาทำงานละ มีผู้อำนวยการที่อาจจะ

ไม่ได้เปิดโอกาสให้คุยอะไรมากนัก

ไม่ได้ร่วมตัดสินใจอะไร ได้แต่รอเขาสั่ง ๆ กันมา


แล้วโลกใบไหนกันละที่เราอยากอยู่ ?


🌏ถ้าถามว่าโลกไหนที่เราอยากอยู่

ทุกคนคงมีคำตอบในใจแล้วแน่ ๆ

ซึ่งโลกที่เราอยากอยู่นั่น ก็คือโลกที่มี “สุขภาวะดี”

เกิดเป็นความสุขที่เราสัมผัสได้

(ขนาดแค่เห็นรูปยังรู้สึกถึงความสุขได้เลย)


สุขภาวะที่ดีนั้น จะเกิดขึ้นได้ต้องประกอบกันด้วย

หลายปัจจัยอย่างที่เห็นไปก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็น

เรื่องของ Emotional Well-being หรือ

ความสามารถในการจัดการอารมณ์ทั้งตนเองและผู้อื่น

และสร้างอารมณ์เชิงบวกให้กันและกัน

ซึ่งเห็นชัดจากความสัมพันธ์ของครู ๆ ด้วยกัน


Physical Well-being

หรือความสามารถในการดูแลร่างกาย

ด้วยแวดล้อมรอบตัวคุณครูที่ดี ได้ทานอาหาร

และการออกกำลังกายที่ดี สะท้อนออกมาจาก

เรื่องแวดล้อมของบ้านพักครู และการมีเวลาสำหรับ

ดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเอง


Social Well-being หรือ ความสามารถในการสื่อสาร

พัฒนาความความสัมพันธ์ที่มีความหมาย

กับผู้อื่นได้สำเร็จ สิ่งนี้อาจเห็นได้ชัดในห้องเรียน

ที่เป็นมิตร นักเรียนและครูกล้าพูดคุยโต้ตอบกัน

เกิดเป็นบรรยากาศดี ๆ ขึ้นมา


Workplace Well-being หรือความสามารถ

ในการแสวงหาความสนใจ ความเชื่อ และค่านิยม

ของตนเอง เพื่อเติมเต็มความหมายและความสุขในชีวิต

เห็นได้จากการมีไฟช่วงที่ได้กลับมาสอนในห้องเรียน


และ Societal Well-being ความสามารถในการ

อยู่ร่วมกันในสังคมที่เราอยู่ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

ในองค์กร สะท้อนจากความสัมพันธ์และอิสระ

ในการมีส่วนร่วม หรือ แสดงความคิดเห็นนั้นเอง


🤔”สุขภาวะ” ที่ดีมีผลขนาดนั้นเลยเหรอ ?

ถ้าคุณครูเป็นหนึ่งคนที่รู้สึกเหนื่อย เบื่อ ทำไมชีวิต

การเป็นครูของเราถึงยากเย็นขนาดนี้ ไม่แน่ว่า

สุขภาวะรอบตัวของคุณครู อาจต้องพัฒนาเพิ่ม

มากไปกว่าเดิมที่มีอยู่


เพราะ “สุขภาวะ” มีผลโดยตรงกับอาการหมดไฟ

หรือที่เราเรียกกันว่า burn-out ในการทำงานมาก ๆ

หากปรับปรุง และเปลี่ยนแปลงได้ ก็จะส่งผลให้

มีความสุขกับการทำงานได้มากขึ้น


🚸”สุขภาวะ” ที่ดีของครูยังมีผลกับนักเรียนมากอีกด้วย

เพราะช่วงเด็กกับวัยรุ่นเป็นช่วงสำคัญที่จะปลูกฝัง

เรื่อง Well-being ที่ดี ช่วยให้นักเรียนรู้

และนำไปปรับประยุกต์ใช้ ให้สามารถจัดการได้

ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตในอนาคตต่อไป


นอกจากนี้ “สุขภาวะ” ที่ดี ยังช่วยให้ตัวนักเรียนเอง

กล้าจะออกจากกรอบ comfort zone เดิม ๆ

เพื่อมองหาไอเดียใหม่ กล้าคิด และกล้าทำ

โดยสิ่งนี้จะส่งผลโดยตรงต่อการประสบความสำเร็จ


💫ถึงเราจะได้เห็นแล้วว่าการสร้างสุขภาวะที่ดีให้เกิด

จะมีประโยชน์กับนักเรียนมากมายมหาศาลแค่ไหน

แต่สิ่งที่ท้าทายก็คือ ทุกวันนี้เรามีสุขภาวะดีพอหรือยัง

ที่จะมีแรงกาย แรงใจ ทำให้สุขภาวะของนักเรียนดีขึ้น

ไม่แปลกถ้าคุณครูอาจจะคิดว่า “เอาอีกแล้ว ครูอีกแล้ว

ที่ต้องทำให้นักเรียนมีสุขภาวะที่ดีขึ้น เราจะทำไหว

ได้ยังไง ทั้งการสอนเอย ทั้ง active learning เอย

ทั้งทำวิจัยห้องเรียนเอย จะเอาพลังที่ไหนไปทำกันนี่”


ไม่ต้องกลัวว่าครูต้องเป็นคนทำทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว

เพราะเรื่องสุขภาวะที่ดี จะเกิดขึ้นได้ต้องใช้

ความพยายามของทุกคนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะคุณครู

ผู้ปกครอง ผู้บริหารโรงเรียน ชุมชนรอบข้าง

และกระทรวง เพื่อผลักดันช่วยกันให้เกิดขึ้นได้จริง


เราเลยอยากชวนคุณครูมองในมุมที่สบายใจขึ้น

ว่า “สขภาวะที่ดีของนักเรียนนั้น ในพาร์ตของเรา

ทำอะไรได้บ้าง” พอลองนึกภาพสิ่งที่เราทำได้

ง่ายที่สุด ก็คือภายในห้องเรียนของเรา

ที่ต้องเปิดประตูเข้าไปสอนในทุกวัน


โดยสิ่งที่เราทำได้ง่ายที่สุด มีผลดีกับทั้งตัวเรา

และนักเรียน คือการดูแลสุขภาพจิตของเราให้ดี

เพราะสุขภาพจิตที่ดีของเราในห้องเรียน

จะส่งผลกับการมีปฏิสัมพันธ์ รวมถึงพฤติกรรม

ที่มีผลโดยตรงกับ สุขภาวะของนักเรียนได้นั่นเอง


🚪นี่คือประตูแห่งโอกาส ที่จะให้เราได้พัฒนา

การจัดการห้องเรียน ให้เกิดสุขภาพจิตที่ดี

กับตัวเราเองก่อน แล้วค่อยส่งต่อเป็นสุขภาวะที่ดี

กับนักเรียนต่อ ๆ ไป


โดยเริ่มต้นได้จากการตระหนักรู้ และจัดการอารมณ์

ของตัวเราเอง หากเรามีอารมณ์ต่าง ๆ ขึ้นมา

ไม่ว่าจะเป็น โกรธ เสียใจ น้อยใจ แล้วไม่สามารถ

จัดการ หรือสื่อสาร อย่างที่ถูกที่ควรได้ จะก่อเกิดเป็น

ปฏิกูลทางความรู้สึก ซึ่งจะไปกระทบกับนักเรียน

ทำให้สุขภาวะเเย่ลงเข้าไปอีก


เมื่อเราเรียนรู้อารมณ์ข้างใน และจัดการความรู้สึก

ได้แล้ว เราก็จะสามารถจัดการการสื่อสารให้มี

ประสิทธิภาพกับผู้รับสารอย่าง นักเรียน

หรือ ผู้ปกครองได้มากขึ้นด้วย


🛠️ถ้าสนใจพัฒนาตนเองให้มีสุขภาพจิตที่ดีแล้วละก็

มาติดตามคอนเทนต์ต่อ ๆ ไป จาก insKru และ

Child Impact ได้เลย


และถ้าคุณครูสนใจจะพัฒนาตนเอง

หรือ ห้องเรียนในด้านอื่น ๆ เพิ่มเติม

แต่ยังไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร ลองหาเครื่องมือใน

https://bit.ly/ChildImpact-Main ได้น้า


💗insKru และ Child Impact

ขอเป็นกำลังใจให้คุณครูทุกคนมีสุขภาวะ

ที่ดียิ่งขึ้น มีความสุขกับการเป็นครูในฐานะ

ของมนุษย์คนหนึ่งที่ไม่ต้องเสียสละสุขภาวะส่วนตัว

ในมิติใด ๆ และมีแรงใจมากพอที่จะดูแลสุขภาวะ

ในห้องเรียนให้กับนักเรียนในที่สุดน้า

ChildImpactสสสพื้นที่แบ่งปันไอเดียการสอนinsKru

ไอเดียนี้เป็นไงบ้าง?

0
ได้แรงบันดาลใจ
0
ลงไอเดียอีกน้า~
default-avatar
แบ่งปันโดย
insKru
insKru Official Account เราจะคอยผลักดันและเชิญชวนคุณครูมาร่วมสร้างสรรค์ไอเดียการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการศึกษาไทยต่อไป

อยากร่วมแลกเปลี่ยน?

please login

แสดงความเห็นกับสมาชิกใน insKru

เก็บไอเดียไว้อ่าน และอีกมากมาย

icon-please-commentมาเป็นคนแรกที่แลกเปลี่ยนสิ!
credit idea

ได้แรงบันดาลใจเต็มๆ เลยใช่มั้ย?
บันทึกแรงบันดาลใจที่ได้รับเก็บไว้ไม่มีลืมผ่านการเขียนไอเดียเลย!

ไอเดียน่าอ่านต่อ