
💖ตัวเราก็เป็นครูไทยมาตั้งหลายปี
ได้เห็น ได้เจออะไรมาตั้งเยอะแยะ
บางครั้งก็มีเอ๊ะ ๆ เอะใจขึ้นมาว่า
ตัวเราในอีกจักรวาลยังเป็นครูอยู่มั้ย ?
แล้วคิดว่าเขาจะมีความเป็นอยู่ยังไงบ้างนะ ?
ชวนคุณครูดูชีวิตแต่ละวันว่าจะเป็นอย่างไร
ที่เราเจออยู่เป็นโลกบนหรือโลกล่างกัน
ถ้าพร้อมแล้วไปดู ชีวิตครูไทยในโลกคู่ขนานกันได้เลย !

💬เรามาดู 1 วันของทั้งครูและนักเรียนกัน
ว่าต้องเจอกับอะไร ในมิติด้านใดบ้าง
แล้วมาคอมเมนต์กันหน่อยว่า
โลกใบไหนที่เรากำลังอาศัยอยู่ตอนนี้
และโลกใบไหนที่เราอยากอยู่กันแน่นะ

🧑🏫โลกที่เรากำลังอาศัยอยู่คือโลกไหนกัน ?
ระหว่างโลกข้างบนที่ครูกับเพื่อนครูคอยพูดคุย
ช่วยกันแก้ปัญหาในห้องเรียนของกันและกัน
ช่วยแนะนำวิธีการสอน หรือเรื่องราวที่น่าสนใจ
ให้แก่กัน เติมกำลังใจกัน จนรู้สึกว่าเข้าห้องพักครูทีไร
ก็มีแต่ความสุข แฮปปี้ พร้อมจะไปสอนต่อ
หรือโลกข้างล่าง ที่เพื่อนครูคอยนินทากันทั้งวัน
พร้อมบ่นเรื่องงานตลอดเวลา แต่ไม่ได้หาเหตุผล
ที่อยู่เบื้องหลัง และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเลย
ทำเอาแค่ได้ยิน เราก็รู้สึกดาวน์ เซ็ง
กลายเป็นไม่พร้อมจะไปสอนต่อ
แล้วโลกใบไหนกันละที่เราอยากอยู่ ?

🏡โลกที่เรากำลังอาศัยอยู่คือโลกไหนกัน ?
ระหว่างโลกข้างบนที่คุณครูอยู่ในบ้านพักครู
ใกล้ตัวโรงเรียน ตัวบ้านไม่ได้แพงหรือหรูหรา
แต่ก็มีการดูแลสม่ำเสมอ น้ำไหลดี มีความสะอาด
ไฟสว่าง และรู้สึกปลอดภัย พอไม่ต้องดูแล
ด้วยตัวเองก็มีแรงเหลือไปสอนได้อย่างเต็มที่
หรือโลกข้างล่างที่คุณครูอยู่ในบ้านพักครู
ซึ่งอยู่ในรั้วโรงเรียน ตัวบ้านดูใช้งานมาหลายช่วงอายุ
พอทนนอนได้อยู่บ้าง บางทีผนังไม้ก็หลุดลอกไป
หลอดไฟก็สว่างบ้างดับบ้าง น้ำประปาก็พอมีใช้
ไหลค่อย ๆ แต่ก็ไม่สะอาดอยู่ดี ต้องใช้แรงงาน
และแรงเงินของตัวเองนี่แหละในการบำรุงรักษา
กลายเป็นไม่มีกำลังในการสอนอย่างเต็มที่
แล้วโลกใบไหนกันละที่เราอยากอยู่ ?

😍โลกที่เรากำลังอาศัยอยู่คือโลกไหนกัน
ระหว่างโลกข้างบนที่ในห้องเรียน นักเรียนสนใจ
การเรียนอย่างเต็มที่ ยกมือตอบคำถามกัน
พูดคุยโต้ตอบ มีส่วนร่วมกับคุณครูอย่างเต็มที่
ถ้านักเรียนเริ่มคุยกันเองเยอะ เราก็ยังมีพลังเหลือ
สามารถรับมือนักเรียนได้อย่างสร้างสรรค์
ไม่ต้องมาดุกันให้เสียบรรยากาศ
หรือโลกข้างล่างที่ในห้องเรียน นักเรียนเอาแต่คุยกัน
เจี๊ยวจ๊าว เสียงดัง ไม่อยากเรียน บางคนก็แอบโดด
ออกหน้าต่างหนีเรียนไปละ บางคนที่อยู่ในห้อง
ก็ไม่สนใจ นั่งหนีบผมอยู่ในห้อง เราก็ต้องมาดุเขา
แบบเป็นบ้าเป็นหลัง เพื่อให้การสอนดำเนินต่อไปได้
แล้วโลกใบไหนกันละที่เราอยากอยู่ ?

☕️โลกที่เรากำลังอาศัยอยู่คือโลกไหนกัน
ระหว่างโลกข้างบนที่ในวันหยุด คุณครูได้มีเวลา
ในการพักผ่อนเต็มที่ ได้อยู่บ้านกินข้าวกับครอบครัว
เปิดช่อง 9 การ์ตูนดูพร้อมกันอย่างสบายใจ
มีเวลาไปปิกนิกที่สวน และเรียนรู้งานอดิเรกใหม่ ๆ
เติมไฟให้เต็ม ก่อนกลับมาสอนในห้องอีกครั้ง
หรือโลกข้างล่างที่ในวันหยุด คุณครูกลับต้องมา
เป็นเวรที่โรงเรียน นั่งเคลียร์กองงานเอกสารต่าง ๆ
พอเป็นแบบนี้พลังก็หมดละ ต้องกลับมาสอนแบบมึน ๆ
ในสัปดาห์ต่อไปซะอย่างนั้น
แล้วโลกใบไหนกันละที่เราอยากอยู่ ?

🤗โลกที่เรากำลังอาศัยอยู่คือโลกไหนกัน
ระหว่างโลกข้างบนที่คุณครูและเพื่อนครูมีอะไรก็
กล้าคุยกัน มีผู้อำนวยการโรงเรียนที่น่ารัก สามารถคุย
หรือให้ฟีดแบ็คกันได้ รวมถึงเรามีส่วนในการร่วม
ตัดสินใจเรื่องใหญ่ ๆ ในโรงเรียน โดยไม่ต้องรอ
ผู้อำนวยการสั่งลงมาอย่างเดียว
หรือโลกข้างล่างที่เพื่อนครูไม่คุย ไม่สื่อสารอะไรเลย
มารู้อีกทีก็ต้องมาทำงานละ มีผู้อำนวยการที่อาจจะ
ไม่ได้เปิดโอกาสให้คุยอะไรมากนัก
ไม่ได้ร่วมตัดสินใจอะไร ได้แต่รอเขาสั่ง ๆ กันมา
แล้วโลกใบไหนกันละที่เราอยากอยู่ ?

🌏ถ้าถามว่าโลกไหนที่เราอยากอยู่
ทุกคนคงมีคำตอบในใจแล้วแน่ ๆ
ซึ่งโลกที่เราอยากอยู่นั่น ก็คือโลกที่มี “สุขภาวะดี”
เกิดเป็นความสุขที่เราสัมผัสได้
(ขนาดแค่เห็นรูปยังรู้สึกถึงความสุขได้เลย)
สุขภาวะที่ดีนั้น จะเกิดขึ้นได้ต้องประกอบกันด้วย
หลายปัจจัยอย่างที่เห็นไปก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็น
เรื่องของ Emotional Well-being หรือ
ความสามารถในการจัดการอารมณ์ทั้งตนเองและผู้อื่น
และสร้างอารมณ์เชิงบวกให้กันและกัน
ซึ่งเห็นชัดจากความสัมพันธ์ของครู ๆ ด้วยกัน
Physical Well-being
หรือความสามารถในการดูแลร่างกาย
ด้วยแวดล้อมรอบตัวคุณครูที่ดี ได้ทานอาหาร
และการออกกำลังกายที่ดี สะท้อนออกมาจาก
เรื่องแวดล้อมของบ้านพักครู และการมีเวลาสำหรับ
ดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเอง
Social Well-being หรือ ความสามารถในการสื่อสาร
พัฒนาความความสัมพันธ์ที่มีความหมาย
กับผู้อื่นได้สำเร็จ สิ่งนี้อาจเห็นได้ชัดในห้องเรียน
ที่เป็นมิตร นักเรียนและครูกล้าพูดคุยโต้ตอบกัน
เกิดเป็นบรรยากาศดี ๆ ขึ้นมา
Workplace Well-being หรือความสามารถ
ในการแสวงหาความสนใจ ความเชื่อ และค่านิยม
ของตนเอง เพื่อเติมเต็มความหมายและความสุขในชีวิต
เห็นได้จากการมีไฟช่วงที่ได้กลับมาสอนในห้องเรียน
และ Societal Well-being ความสามารถในการ
อยู่ร่วมกันในสังคมที่เราอยู่ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ในองค์กร สะท้อนจากความสัมพันธ์และอิสระ
ในการมีส่วนร่วม หรือ แสดงความคิดเห็นนั้นเอง

🤔”สุขภาวะ” ที่ดีมีผลขนาดนั้นเลยเหรอ ?
ถ้าคุณครูเป็นหนึ่งคนที่รู้สึกเหนื่อย เบื่อ ทำไมชีวิต
การเป็นครูของเราถึงยากเย็นขนาดนี้ ไม่แน่ว่า
สุขภาวะรอบตัวของคุณครู อาจต้องพัฒนาเพิ่ม
มากไปกว่าเดิมที่มีอยู่
เพราะ “สุขภาวะ” มีผลโดยตรงกับอาการหมดไฟ
หรือที่เราเรียกกันว่า burn-out ในการทำงานมาก ๆ
หากปรับปรุง และเปลี่ยนแปลงได้ ก็จะส่งผลให้
มีความสุขกับการทำงานได้มากขึ้น

🚸”สุขภาวะ” ที่ดีของครูยังมีผลกับนักเรียนมากอีกด้วย
เพราะช่วงเด็กกับวัยรุ่นเป็นช่วงสำคัญที่จะปลูกฝัง
เรื่อง Well-being ที่ดี ช่วยให้นักเรียนรู้
และนำไปปรับประยุกต์ใช้ ให้สามารถจัดการได้
ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตในอนาคตต่อไป
นอกจากนี้ “สุขภาวะ” ที่ดี ยังช่วยให้ตัวนักเรียนเอง
กล้าจะออกจากกรอบ comfort zone เดิม ๆ
เพื่อมองหาไอเดียใหม่ กล้าคิด และกล้าทำ
โดยสิ่งนี้จะส่งผลโดยตรงต่อการประสบความสำเร็จ

💫ถึงเราจะได้เห็นแล้วว่าการสร้างสุขภาวะที่ดีให้เกิด
จะมีประโยชน์กับนักเรียนมากมายมหาศาลแค่ไหน
แต่สิ่งที่ท้าทายก็คือ ทุกวันนี้เรามีสุขภาวะดีพอหรือยัง
ที่จะมีแรงกาย แรงใจ ทำให้สุขภาวะของนักเรียนดีขึ้น
ไม่แปลกถ้าคุณครูอาจจะคิดว่า “เอาอีกแล้ว ครูอีกแล้ว
ที่ต้องทำให้นักเรียนมีสุขภาวะที่ดีขึ้น เราจะทำไหว
ได้ยังไง ทั้งการสอนเอย ทั้ง active learning เอย
ทั้งทำวิจัยห้องเรียนเอย จะเอาพลังที่ไหนไปทำกันนี่”
ไม่ต้องกลัวว่าครูต้องเป็นคนทำทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว
เพราะเรื่องสุขภาวะที่ดี จะเกิดขึ้นได้ต้องใช้
ความพยายามของทุกคนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะคุณครู
ผู้ปกครอง ผู้บริหารโรงเรียน ชุมชนรอบข้าง
และกระทรวง เพื่อผลักดันช่วยกันให้เกิดขึ้นได้จริง
เราเลยอยากชวนคุณครูมองในมุมที่สบายใจขึ้น
ว่า “สขภาวะที่ดีของนักเรียนนั้น ในพาร์ตของเรา
ทำอะไรได้บ้าง” พอลองนึกภาพสิ่งที่เราทำได้
ง่ายที่สุด ก็คือภายในห้องเรียนของเรา
ที่ต้องเปิดประตูเข้าไปสอนในทุกวัน
โดยสิ่งที่เราทำได้ง่ายที่สุด มีผลดีกับทั้งตัวเรา
และนักเรียน คือการดูแลสุขภาพจิตของเราให้ดี
เพราะสุขภาพจิตที่ดีของเราในห้องเรียน
จะส่งผลกับการมีปฏิสัมพันธ์ รวมถึงพฤติกรรม
ที่มีผลโดยตรงกับ สุขภาวะของนักเรียนได้นั่นเอง

🚪นี่คือประตูแห่งโอกาส ที่จะให้เราได้พัฒนา
การจัดการห้องเรียน ให้เกิดสุขภาพจิตที่ดี
กับตัวเราเองก่อน แล้วค่อยส่งต่อเป็นสุขภาวะที่ดี
กับนักเรียนต่อ ๆ ไป
โดยเริ่มต้นได้จากการตระหนักรู้ และจัดการอารมณ์
ของตัวเราเอง หากเรามีอารมณ์ต่าง ๆ ขึ้นมา
ไม่ว่าจะเป็น โกรธ เสียใจ น้อยใจ แล้วไม่สามารถ
จัดการ หรือสื่อสาร อย่างที่ถูกที่ควรได้ จะก่อเกิดเป็น
ปฏิกูลทางความรู้สึก ซึ่งจะไปกระทบกับนักเรียน
ทำให้สุขภาวะเเย่ลงเข้าไปอีก
เมื่อเราเรียนรู้อารมณ์ข้างใน และจัดการความรู้สึก
ได้แล้ว เราก็จะสามารถจัดการการสื่อสารให้มี
ประสิทธิภาพกับผู้รับสารอย่าง นักเรียน
หรือ ผู้ปกครองได้มากขึ้นด้วย

🛠️ถ้าสนใจพัฒนาตนเองให้มีสุขภาพจิตที่ดีแล้วละก็
มาติดตามคอนเทนต์ต่อ ๆ ไป จาก insKru และ
Child Impact ได้เลย
และถ้าคุณครูสนใจจะพัฒนาตนเอง
หรือ ห้องเรียนในด้านอื่น ๆ เพิ่มเติม
แต่ยังไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร ลองหาเครื่องมือใน
https://bit.ly/ChildImpact-Main ได้น้า

💗insKru และ Child Impact
ขอเป็นกำลังใจให้คุณครูทุกคนมีสุขภาวะ
ที่ดียิ่งขึ้น มีความสุขกับการเป็นครูในฐานะ
ของมนุษย์คนหนึ่งที่ไม่ต้องเสียสละสุขภาวะส่วนตัว
ในมิติใด ๆ และมีแรงใจมากพอที่จะดูแลสุขภาวะ
ในห้องเรียนให้กับนักเรียนในที่สุดน้า
แสดงความเห็นกับสมาชิกใน insKru
เก็บไอเดียไว้อ่าน และอีกมากมาย
ได้แรงบันดาลใจเต็มๆ เลยใช่มั้ย?
บันทึกแรงบันดาลใจที่ได้รับเก็บไว้ไม่มีลืมผ่านการเขียนไอเดียเลย!