inskru

insThoughtful - How to คุยกับเด็กเรื่องสงคราม

4
2
ภาพประกอบไอเดีย insThoughtful - How to คุยกับเด็กเรื่องสงคราม

💥ในทุกวันนี้เราก็ต่างเจอเรื่องราวที่ไม่คาดคิดมากมาย

ตั้งแต่ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดไปเมื่อไม่กี่วันก่อน

หรืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นใจกลางเมือง ไปจนถึง

ความขัดแย้งและสงครามระหว่างประเทศ

ที่ต่อเนื่องกันมานานนับปี


เมื่อทุกวันนี้ข่าวสารเดินทางได้ไว นักเรียนก็รับรู้

เรื่องราวเหล่านี้ได้เพียงอ่านหรือได้ยินจากในโซเชี่ยล

เราจะพูดคุยกับเด็ก ๆ ยังไงดีให้เข้าใจ และมีภูมิคุ้มกัน

ทางอารมณ์ระหว่างเสพข้อมูลเหล่านี้

insKru ได้ไปเจอบทความนี้มา และอยากชวนให้

เราในฐานะผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นคุณครู หรือผู้ปกครอง

ได้ลองมองความเป็นไปได้ในการพูดคุยโดยไม่ต้อง

ปิดกั้นเด็ก ๆ เพียงแค่ว่า เรื่องราวแสนไม่คาดคิด

และชวนให้เกิดความทุกข์เหล่านี้ เป็นเรื่องของผู้ใหญ่

เพียงอย่างเดียว เด็ก ๆ ยังไม่ต้องรู้หรอก

เนื้อหานี้ดัดแปลงมาจากบทความ

“How to Talk to Your Children About

Conflict and War” ขององค์กร @Unicef

ที่เขียนไว้ในปี 2023 ในช่วงที่เกิดเหตุ

ความขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์อยู่


ขอบคุณแรงบันดาลใจจาก:

https://www.unicefusa.org/stories/how-talk-your-children-about-conflict-and-war


📺เป็นเรื่องธรรมดาที่เมื่อเกิดเหตุการณ์ความไม่ปกติ

หรือความไม่สงบขึ้น จนประทุเป็นข่าวใหญ่ขึ้นมา

เรื่องราวเหล่านี้จะส่งผลกับความรู้สึกของคน

ได้อย่างกว้างขวาง และอาจส่งผลเป็นตัวกระตุ้น

ให้เกิดเป็นอารมณ์ความกลัว ความเศร้า

หรือความโกรธขึ้นมาก็เป็นได้


🤔อารมณ์ต่าง ๆ ที่ถูกกระตุ้นให้เกิดขึ้นนั่นมีผลต่อทุกคน

รวมถึงเด็ก ๆ ที่ได้รับข้อมูลข่าวสารเหล่านี้ด้วย

อย่างที่บอกไปว่าในโลกสมัยนี้ การปิดกั้นข่าวสาร

เป็นไปได้ยากมาก ๆ แล้วเราในฐานะผู้ใหญ่

ไม่ว่าจะเป็นครู หรือผู้ปกครองก็ตาม

จะสามารถสื่อสารยังไงเพื่อให้เด็ก ๆ รู้สึกสบายใจ

และเข้าใจสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดได้บ้างนะ…


💬“สื่อสารอย่างใจเย็น พร้อมกับสังเกตว่าเด็ก ๆ

กำลังคิดอะไร และ กำลังรู้สึกอะไรอยู่ ?”

การที่เด็ก ๆ ได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารความเป็นไปในโลก

แน่นอนว่าเป็นเรื่องดี แต่การรับรู้มากจนเกิดเป็น

ความเครียด หรือความกลัวย่อมไม่ดีแน่

เราสามารถเริ่มต้นการพูดคุยเพื่อคลายความกังวล

และให้เด็ก ๆ รับรู้ถึงความปลอดภัย สบายใจได้ง่าย ๆ

จากการพูดคุยว่าได้รับรู้เรื่องราวเหล่านี้มาอย่างไรบ้าง

โดยระหว่างนี้เราสามารถสังเกตว่าเด็ก ๆ มีการโต้ตอบ

สีหน้า หรือท่าทางแบบไหนกัน


ระหว่างนี้มีทริค 2 อย่างที่จะทำให้การพูดคุย

เป็นไปได้อย่างราบรื่น คือ 1.เลือกเรื่องที่พูดคุย

ให้เหมาะสมกับวัย เพื่อให้เกิดความเข้าใจกันจริง ๆ

2.พูดคุยโดยไม่ใส่ความกังวล หรือความเครียด

ของเราลงไปในบทสนทนานั้น


เมื่อได้พูดคุยแล้ว เราอาจจะพบว่าบางคนมีภูมิคุ้มกัน

ด้านอารมณ์อยู่แล้ว จึงสามารถรับรู้ข้อมูลได้ด้วย

อารมณ์ที่เป็นปกติ ในขณะที่บางคนอาจรู้สึกหวาดกลัว

เพราะเห็นภาพว่าสิ่งนี้ก็สามารถเกิดขึ้นกับเราได้นี่หน่า

ต้องบอกเลยว่าการเห็นภาพของเด็ก ๆ ว่า

เรื่องไม่คาดคิดชวนทุกข์เหล่านี้อยู่ใกล้ตัว

หยิบมาปรุงผสมกับชีวิตของตัวเองเนี่ย

เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ปกติมาก โดยเฉพาะกับเด็กเล็ก


สิ่งที่ผู้ใหญ่อย่างเราควรสื่อสาร ไม่ใช่เป็นการ

บอกปัดว่า “ช่างเขาเถอะ” “มันไม่เกิดหรอก

ประเทศเราอยู่ไกลกว่าเขาตั้งเยอะ” แต่เราสามารถ

สื่อสารว่าเรารับรู้ความกังวลของตัวเด็ก ๆ

และพูดถึงอย่างเห็นอกเห็นใจได้ เช่น

“เข้าใจนะว่าทำไมหนูถึงกังวลเรื่องแผ่นดินไหว

ที่เขากำลังเจอ เพราะบ้านเมืองเสียหายไปเยอะเลย

แต่ถ้าเราสังเกตก็จะเห็นนะว่าพวกเขาก็เอาตัวรอด

ออกมาได้ เพราะเขาเจอแบบนี้บ่อยเลยมีการเตรียมตัว

เพื่อรับมือได้ดีอยู่ ถ้ายังกังวลว่าจะเกิดกับเรา

อย่างงั้นมาลองเตรียมตัวกันดูดีมั้ย ?”

เมื่อได้สื่อสารแบบนี้แล้ว เด็กก็น่าจะได้เข้าใจ

และคลายความกังวลลงได้มากเลยทีเดียว


🫀“สื่อสารถึงความเป็นมนุษย์

มากกว่าการตีตราตัวบุคคล”

ในกรณีที่เหตุการณ์ไม่คาดคิดนั้น

เป็นความไม่ลงรอยกันระหว่างกลุ่มคน 2 กลุ่ม

สถานการณ์นี้ดูจะเอื้อให้เกิดการมีอคติ

และเลือกข้างให้เกิดขึ้นมาได้กับทุกคน

สิ่งที่เราสามารถสื่อสารเพื่อป้องกันไม่ให้เด็ก ๆ

เกิดความคิดแบบนี้ได้คือ การสื่อสารที่เน้นไปที่

ความเป็นมนุษย์ สร้างความเห็นอกเห็นใจกัน

เช่นการสะท้อนมุมมองเช่น “ในสถานการณ์แบบนี้

ไม่ว่าจะเป็นใครก็ควรได้รับความปลอดภัย

อย่างเร็วที่สุดนะ” หรือลดการเล่าในมุมมองที่เป็นการ

ตีตราว่าคนนี้คือ “คนดี” “คนร้าย” ของเรื่องราวนั้น ๆ ไป


ในบางสถานการณ์ที่ไม่ลงรอยกันของบุคคล

ก็อาจส่งผลกระทบมาถึงตัวของเด็ก ๆ เอง

หรือเพื่อน ๆ รอบตัวเขาในรูปแบบของการบูลลี่ เช่น

การเหยียดเชื้อชาติ สีผิว หรือสถานศึกษาของเด็ก ๆ

สิ่งที่เราทำได้คือสื่อสารว่าการบูลลี่นั้นเป็นสิ่งที่

ไม่สมควรเกิดขึ้น หากมีเหตุการณ์นี้ให้มาบอกกับ

ผู้ใหญ่ได้เลย และให้ความสบายใจว่าในครอบครัว

หรือห้องเรียนของเรานั้น เป็นพื้นที่ปลอดภัย

ของทุกคนเสมอ


นอกจากนี้เราสามารถเน้นไปที่การพูดถึง

เรื่องราวความกล้าหาญ หรือการช่วยเหลือ

แทนการโฟกัสไปที่กลุ่มคนที่ไม่ลงรอยกัน

เพื่อให้เห็นได้ว่าท่ามกลางสถานการณ์แบบนี้

ก็ยังมีความหวังของความเป็นคน ความเห็นอกเห็นใจ

กันในกลุ่มเพื่อนมนุษย์อยู่เสมอ ๆ แน่นอนว่า

เราคงไม่ได้หวังให้เด็ก ๆ กระโจนเข้าไปทำเรื่องราว

แง่บวกที่ใหญ่โต และสร้างอิมแพคในสถานการณ์

เหล่านี้ทันที แต่นี่คือโอกาสในการปลูกฝังต้นอ่อน

ของความเห็นอกเห็นใจกันให้เติบโตขึ้นในระยะยาวได้

หากเป็นคุณครูที่สอนอยู่ในห้องเรียน

ยังสามารถชวนมาส่งต่อเรื่องราวแง่บวกต่อไป

ในการทำกิจกรรม หรือการสอนในห้องได้อีกด้วยนะ


🥰“จบบทสนทนาด้วยความห่วงใย และคอย

ติดตามความรู้สึกของเด็ก ๆ อยู่เรื่อย ๆ”

ก่อนจะจบการพูดคุยไป อย่าลืมสังเกตอีกสักครั้ง

เพื่อให้เรามั่นใจว่าเด็ก ๆ ไม่ได้จบบทสนทนานี้

โดยยังรู้สึกกังวลหรือเป็นทุกข์อยู่ แต่จบลงด้วยความ

เข้าใจ และมองว่าเรื่องไม่คาดคิดเหล่านี้ที่เกิดขึ้น

สามารถพูดคุยและถอดบทเรียนได้ มีภูมิคุ้มกันในการ

รับข้อมูล และสามารถสังเคราะห์เรื่องราวได้

ตามความเป็นจริงมากที่สุด โดยจะสังเกตตรงนี้ได้

จากอากัปกิริยา ท่าทาง น้ำเสียง ในช่วงที่ได้พูดคุยกัน


รวมถึงอย่าลืมสื่อสารว่าเราเป็นห่วงพวกเขานะ

หากเจอเรื่องราวอะไรที่ทำให้ไม่สบายใจอีก

ก็สามารถเข้ามาพูดคุยกันใหม่ได้เรื่อย ๆ

โดยอาการวิตกกังวล หรือเครียดที่เกิดจากการ

รับรู้เรื่องราวเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ ในช่วงแรก ๆ

แต่มักเกิดเป็นช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น

หากสังเกตเห็นว่ายังมีอาการแบบนี้อยู่

หลังจากลองจัดการอารมณ์ด้วยการพูดคุยกันแล้ว

อาจต้องลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญดูต่อไป


💗และที่สำคัญที่สุดคือ อย่าลืมดูแลความรู้สึกของตัวเอง

อย่างสม่ำเสมอด้วย หากถึงจุดที่เรารู้สึกไม่ไหว

ในการพูดคุย หรือรับรู้ข่าวสารเหล่านี้

เป็นเรื่องโอเคมาก ๆ หากเราจะบอกกับเด็ก ๆ ว่า

“ขอพักก่อน” “ตอนนี้เรายังไม่พร้อม”

เพราะว่าการดูแลเด็ก ๆ เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด

แบบนี้เป็นเรื่องยาก และจะยากขึ้นอีกหากเราไม่ดูแล

ความรู้สึกตัวเองให้ดีเสียก่อน


insKru ขอเป็นกำลังใจให้ทั้งคุณครู และผู้ปกครอง

ได้ลองรับมือกับเด็ก ๆ เพื่อให้เกิดความสบายใจ

ในการรับรู้เรื่องราวไม่คาดคิดเหล่านี้อย่างเข้าใจ

และมีภูมิคุ้มกันด้านอารมณ์เกิดขึ้น รวมถึงสามารถ

สื่อสารกันได้สำเร็จ หากใครมีวิธีการดี ๆ แบบอื่นอีก

สามารถแบ่งปันให้เรารู้ได้เลยน้า


insKruinsThoughtfulพื้นที่แบ่งปันไอเดียการสอน

ไอเดียนี้เป็นไงบ้าง?

4
ได้แรงบันดาลใจ
2
ลงไอเดียอีกน้า~
avatar-frame
แบ่งปันโดย
insinsKru
insKru Official Account เราจะคอยผลักดันและเชิญชวนคุณครูมาร่วมสร้างสรรค์ไอเดียการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการศึกษาไทยต่อไป

อยากร่วมแลกเปลี่ยน?

please login

แสดงความเห็นกับสมาชิกใน insKru

เก็บไอเดียไว้อ่าน และอีกมากมาย

icon-please-commentมาเป็นคนแรกที่แลกเปลี่ยนสิ!
credit idea

ได้แรงบันดาลใจเต็มๆ เลยใช่มั้ย?
บันทึกแรงบันดาลใจที่ได้รับเก็บไว้ไม่มีลืมผ่านการเขียนไอเดียเลย!

ไอเดียน่าอ่านต่อ