
ห่างหายจากการแลกเปลี่ยนไอเดียไปพอสมควร
วันนี้ขอกลับมาแลกเปลี่ยนกับทุกคนอีกครั้ง แต่จะแตกต่างไปจากครั้งก่อน ๆ ที่จะแชร์ไอเดียกิจกรรมในห้องเรียน (จริง ๆ มีอีกหลายไอเดียที่อยากแชร์ ไว้ว่าง ๆ จะมาเขียน)
แต่วันนี้จะเขียนเกี่ยวกับการใช้ตัวชี้วัดช่วงชั้นอย่างสร้างสรรค์ และการได้มาของรายวิชาประวัติศาสตร์ที่น่าตาอาจจะแตกต่างออกไปจากที่เราคุ้นเคยกัน
จุดเริ่มต้นมาจาก ประกาศ ศธ. เรื่อง การบริหารโครงสร้างหลักสูตรรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ ที่กำหนดให้ ม.ปลาย จัดเวลาเรียนประวัติศาสตร์ 2 หน่วยกิต (80 ชั่วโมง) ซึ่งแต่เดิมโรงเรียนจัดไว้เกินกว่าที่กำหนด รวมไปถึงจุดเน้นของเขตพื้นที่ที่ส่งเสริมเรื่องประวัติศาสตร์ชาติไทย จึงเกิดข้อถกเถียงกันในบรรดาคุณครูพอสมควร เรื่อง การบริหารจัดการเวลาในส่วนที่เกินไป ตัวเองในฐานะคนรับผิดชอบงานหลักสูตรจึงต้องทำการบ้านอย่างหนกเพื่อหาทางออกที่ทุกฝ่ายยอมรับได้
อีกสิ่งหนึ่งที่ลืมไม่ได้ คือ นักเรียน แน่นอนว่าหากเปรียบเทียบระหว่างประวัติศาสตร์ชาติไทย กับ ประวัติศาสตร์สากล นักเรียนมักให้ความสนใจกับประวัติศาสตร์สากลมากกว่า แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า การรับรู้ประวัติศาสตร์ชาติก็เป็นสิ่งจำเป็น อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งโจทย์ที่ท้าทาย ในการออกแบบรายวิชาประวัติศาสตร์
หลังจากมานั่งวิเคราะห์อยู่พักใหญ่ ๆ พลิกตำราพัฒนาหลักสูตรอยู่หลายตลบ ก็เกิดไอเดียขึ้นมาว่า ใน ม.ต้น ตามตัวชี้วัดที่กำหนดมาเป็นชั้นปี รร. ส่วนใหญ่ก็จะจัดเนื้อหาวิชาประวัติศาสตร์โดยแยกกันระหว่างประวัติศาสตร์ชาติไทย กับ ประวัติศาสตร์สากล คนละเทอม และเรียงตามลำดับเวลา ของที่ รร. ก็เป็นแบบนั้น
แต่พอมาในระดับ ม.ปลาย หากเราจัดเนื้อหาให้นักเรียนเห็นความเชื่อมโยงกันระหว่าง ประวัติศาสตร์สากล กับ ประวัติศาสตร์ชาติไทย โดยไม่เดินเรื่องแยกกัน แต่บูรณาการตัวชี้วัดเข้าดัวยกัน ก็จะทำให้นักเรียนได้ลิ้มลองการเรียนประวัติศาสตร์ในอีกรสชาติหนึ่ง และจะทำให้เข้าใจถึงความเชื่อมโยงกันของเหตุการณ์ทั้งหมดในโลกนี้
ก็ตั้งต้น โดยเอา 2 หน่วยกิต (80 ชั่วโมง) เป็นตัวตั้ง โดยแบ่งย่อยออกเป็น 4 วิชา วิชาละ 0.5 หน่วยกิต เรียนใน ม.4-5 จากนั้นก็กำหนด Theme ที่จะเชื่อมโยงเนื้อหา ประวัติศาสตร์สากล กับ ประวัติศาสตร์ชาติไทย มาในแต่ละวิชา โดย Theme นี้จะทำหน้าที่เป็นจุดเน้นของวิชา (course focus) จากนั้นก็นำตัวชี้วัดต่าง ๆ ทั้ง 3 มาตรฐานมาร้อยเรียงออกมาเป็นรายวิชา ทั้ง 4 รายวิชา ซึ่งผลที่ได้ก็คือ
วิชา ม.4 เทอม 1 จะอยู่ใน Theme การสร้างสรรค์อารยธรรม
วิชานี้ก็จะไล่เรียงตั้งแต่พัฒนาการของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ มาสู่สมัยประวัติศาสตร์ในยุคโบราณที่มีการสร้างสรรค์อารยธรรมสำคัญของโลก จากนั้นก็เชื่อมโยงมาสู่การสร้างบ้านแปลงเมืองของมนุษย์ที่อาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินไทย และพื้นที่ใกล้เคียง ภูมิปัญญาและความเชื่อดั้งเดิม และการรับวัฒนธรรมจากภายนอก และจบด้วยการอนุรักษ์ สานต่อ และส่งเสริมวัฒนธรรมของไทยในกระแสโลกาภิวัตน์
วิชา ม.4 เทอม 2 จะอยู่ใน Theme การปฏิสัมพันธ์และการเชื่อมโยงกัน
วิชานี้ก็จะเริ่มตั้งแต่พัฒนาการสมัยกลางของยุโรป การปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลกตะวันตกและตะวันออกทั้งทางการค้าและสงคราม การฟื้นฟูศิลปวิทยาการ การสำรวจทางทะเลและการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการค้าโลก เชื่อมโยงมาถึงความเสื่อมของสุโขทัย และการเป็นเมืองท่านานาชาติของอยุธยา การปฏิรูปศาสนา การปฏิวัติวิทยาศาสตร์ การปฏิวัติอุตสาหกรรม เชื่อมมาสู่ภูมิปัญญา วัฒนธรรม และความเชื่อจากต่างชาติที่เข้ามาในสมัยอยุธยา
วิชา ม.5 เทอม 1 จะอยู่ใน Theme แนวคิดและการเปลี่ยนแปลง
วิชานี้จะให้นักเรียนได้เรียนรู้การขยายตัวของลัทธิจักรวรรดินิยม เชื่อมโยงไปสู่การเปลี่ยนแปลง พัฒนาการ การก่อตัวของแนวคิดชาตินิยมในดินแดนต่าง ๆ ปฏิสัมพันธ์ของไทยกับชาติตะวันตก โดยเฉพาะในช่วงรัชกาลที่ 3 - 6 รวมไปถึงการเกิดและการแพร่ขยายของแนวคิดเสรีนิยม และสังคมนิยม การเปลี่ยนแปลงและการปฏิวัติที่สำคัญในโลก และผลที่เกิดขึ้นต่อการเปลี่ยนแปลงในไทย
วิชา ม.5 เทอม 2 จะอยู่ใน Theme ความขัดแย้งและความร่วมมือ
วิชานี้ก็จะเน้นไปที่สถานการณ์สงครามสำคัญของโลก คือ WWI WWII และสงครามเย็น เชื่อมโยงสู่เหตุการณ์และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในประเทศไทย วิเคราะห์บทเรียนจากความขัดแย้ง และการประสานความร่วมมือเพื่อยุติความขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์ และมาจบท้ายที่การวิเคราะห์สถานการณ์ความขัดแย้งในปัจจุบัน และการแสวงหาทางออกที่สร้างสรรค์ให้กับสังคม
พอจัดรายวิชาออกมาแบบนี้แล้ว ก็ไปนำเสนอให้คุณครูในกลุ่มสาระฯ ฟัง ทุกคนโอเค เห็นดีเห็นงาม เพราะสามารถจัดสอนให้จบใน 2 หน่วยกิตได้ ครบถ้วนทุกตัวชี้วัด ยังคงให้ความสำคัญกับประวัติศาสตร์ชาติไทยตามจุดเน้นของเขตพื้นที่ มีการนำเสนอเหตุการณ์ประวัติศาสตร์สากลที่นักเรียนให้ความสนใจในตลอดทุกรายวิชา ที่สำคัญเป็นการจัดเนื้อหาการเรียนที่แปลกใหม่ไปจาก ม.ต้น ทำให้ไม่เกิดความซ้ำ จำเจ
แน่นอนว่าข้อจำกัดของการจัดเนื้อหาแบบนี้ คือ ในแต่ละรายวิชามันมีช่วงเวลาที่เหลื่อมกันไปกันมา ไม่ได้เรียงตาม Timeline เป๊ะ ๆ แต่จุดเด่นของมันคือนักเรียนจะเห็นความเชื่อมโยงของ ประวัติศาสตร์สากล กับ ประวัติศาสตร์ไทย ได้อย่างชัดเจน
ที่สำคัญ ทั้ง Theme ของ ทั้ง 4 รายวิชา มีแง่คิดแฝง เพื่อสอนนักเรียนให้ตระหนักถึงความเชื่อมโยงกันของสรรพสิ่งบนโลก ภาคภูมิใจในความเป็นไทย ขณะเดียวกันก็ตัดสินใจอย่างรับผิดชอบในฐานะพลเมืองโลก
หากใครคิดว่าไอเดียนี้เป็นประโยชน์ ก็ลองนำไปปรับใช้กับ รร. ของท่านได้ แต่ต้องยอมรับว่าการเตรียมการอาจจะยุ่งยากหน่อย เพราะยังไม่มีหนังสือเรียนที่จัดเนื้อหาในลักษณะนี้ แต่ไม่มีอะไรยากเกินกว่าครูไทยจะทำได้
วันนี้ผมมีชุดกิจกรรม สำหรับวิชา ม.4 เทอม 2 มาฝากไว้ 1 ไฟล์ เผื่อจะเป็นประโยชน์กับทุกท่าน
เห็นด้วย เห็นต่าง แลกเปลี่ยนความเห็นกันได้ใน comment นะครับ
สวัสดีครับ
แสดงความเห็นกับสมาชิกใน insKru
เก็บไอเดียไว้อ่าน และอีกมากมาย
ได้แรงบันดาลใจเต็มๆ เลยใช่มั้ย?
บันทึกแรงบันดาลใจที่ได้รับเก็บไว้ไม่มีลืมผ่านการเขียนไอเดียเลย!