
😣 เห็นเด็ก ๆ ดื้อ ซน วิ่งวุ่นอยู่ในห้องเรียนบ่อย ๆ อยากปรามพฤติกรรมเจ้าเด็กอนุบาลตัวจิ๋วด้วยความเป็นห่วง แต่ไม่อยากใช้การดุ การว่า ให้ต้องเหนื่อยกันทุกวัน insKru และ Dow Thailand ชวนคุณครูปรับวิธีการพูดง่าย ๆ ที่เราทำได้ทันที ผ่าน 3 สถานการณ์ที่อาจเกิดได้ในทุกวันรับรองว่าทั้งครู ทั้งนักเรียนไม่ต้องเอือมกันอย่างที่เคย แถมยังได้ฝึกทักษะ EF (Executive Functions) ทักษะสมองเพื่อจัดการชีวิตให้สำเร็จด้วยนะ จะทำยังไงได้บ้าง มาดูไปด้วยกันได้เลย

บางครั้งการแสดงออกด้วยความหวังดีของคุณครูที่กลัวว่าเด็ก ๆ จะไม่ปลอดภัย กลัวเด็ก ๆ จะเรียนรู้ไม่ทันเพื่อน อาจทำให้เด็ก ๆ กลัว จนไม่กล้าคิด ไม่กล้าทำอะไรบางอย่าง ส่งผลให้ทักษะ EF (Executive Functions) ไม่ได้พัฒนาในช่วงวัยสำคัญอย่างที่ควรจำเป็น EF เป็นทักษะที่ช่วยให้มนุษย์สามารถควบคุม อารมณ์ ความคิด การกระทำของตัวเอง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้สำเร็จ พัฒนาการตรงนี้จะเกิดขึ้นได้ก้าวกระโดดที่สุด ในช่วงเด็กเล็ก 3 - 6 ปีเท่านั้น เด็ก ๆ จึงต้องประกอบสร้างทักษะตรงนี้ขึ้นมาในช่วงเวลานี้ด้วยความช่วยเหลือของคุณครู และผู้ปกครองนั่นเอง

แล้วจะช่วยเด็ก ๆ ให้เกิดทักษะ EF ขึ้น ยากกว่าสิ่งที่ครูเคยสอนมาแค่ไหน ? จริง ๆ แล้ว คุณครูไม่ต้องกังวลว่าจะยุ่งยาก สิ่งที่เราสามารถเรียนรู้ที่จะปรับเปลี่ยนได้เลยคือ “คำพูด” และ “การแสดงออก” ที่เราต้องโต้ตอบกับเด็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน

🌳 เมื่อกำลังเห็นนักเรียนปีนป่ายต้นไม้สูงมาก กลัวนักเรียนจะตกลงมาบาดเจ็บ เราเพียงปรับวิธีการพูด จาก “อย่าปีนนะ สูงมากเลยเนี่ย” ซึ่งเด็ก ๆ ก็คงไม่เข้าใจคำที่มีเป็นนามธรรม ไม่เห็นภาพ แบบคำว่า “ห้าม อย่า หรือหยุด” ลองเปลี่ยนเป็น “ระวังตัวด้วยนะ ค่อย ๆ ปีน ครูจะยืนอยู่ตรงนี้นะ” แสดงออกว่าไม่รีบห้าม แต่บอกขั้นตอนให้ระมัดระวัง ค่อย ๆ นะ ช่วยให้เด็กได้ทดลองทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง และยังมั่นใจว่ายังอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่อย่างเราอยู่เสมอ
นี่คือการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีผ่านการพูดคุยกัน ใช้เวลาร่วมกัน ทำกิจกรรมด้วยความใส่ใจ เด็ก ๆ ก็จะรู้สึกสบายใจ มั่นใจในตัวเองขึ้นมา ประกอบกับการให้โอกาสเด็ก ๆ ได้เจอความท้าทายที่กำลังดี หรือให้โอกาสในการลองทำ โดยไม่รีบเข้าไปห้ามก็ช่วยให้เด็ก ๆ คิดอ่าน วางแผน และทำสิ่งนั้น ๆ ให้สำเร็จด้วยตัวเองอย่างภาคภูมิใจ เกิดการสร้างทักษะ EF ขึ้นได้ด้วยตัวเอง

หรืออย่างเหตุการณ์นี้ เด็ก ๆ ถือแก้วน้ำอยู่ จู่ ๆ ก็นึกคึกวิ่งเล่นกัน จนน้ำหกเลอะเต็มพื้นห้องเรียนเลย จากเดิมที่เราจะเข้าไปดุเสียงดังว่า “ทำไมถึงทำยังงี้ !” ซึ่งเด็ก ๆ ก็คงไม่มีคำตอบว่า ทำไปทำไม ก็รู้สึกแค่สนุกเลยวิ่งเล่นกัน
ลองเปลี่ยนเป็นการค่อย ๆ พูดคุยถึงสิ่งที่อยากให้นักเรียนปรับแทน “ทำยังไงดีให้คราวหน้าน้ำไม่หกอีก” ทำให้เด็ก ๆ ได้ฝึกใช้กระบวนการคิด เกิดเป็นทักษะ EF ในสมองได้จริง นี่ก็คือตัวอย่างของการปรับวิธีพูด จากการใช้ “วินัยทางลบ” ในการควบคุมเด็ก ๆ เป็นการพูดคุยให้เด็ก ๆ ได้ “คิดตัดสินใจด้วยตัวเอง” ซึ่งทำให้ได้พัฒนา EF เช่นเดียวกัน

การอ่านนิทานที่คุณครูทำกันเป็นปกติก็สามารถปรับเปลี่ยนวิธี เพื่อให้เด็ก ๆ ได้พัฒนาความคิดได้เหมือนกัน จากที่เคยเป็นคุณครูอ่านสรุปจบ
ว่า “นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…” ลองเปลี่ยนมาถามว่า “ถ้าเด็ก ๆ เจอเหตุการณ์แบบเดียวกันจะรู้สึกยังไง” “เด็ก ๆ คิดว่า หลังจากนี้เรื่องราวจะเป็นยังไง" ให้พื้นที่กับเด็ก ๆ ในการปะติดปะต่อ ถ่ายทอดความคิดจากประสบการณ์เดิม เข้ากับเรื่องราว เรื่องเล่าที่เราอยากสอน ก็ช่วยให้เด็ก ๆ พัฒนาการคิดได้มากเลยเหมือนกัน
หากคุณครูมีพลังเหลืออีกสักหน่อย ลองปรับกิจกรรมต่อยอดการอ่านนิทาน เป็นกิจกรรมการสอนก็ได้เหมือนกัน อย่างเช่นไอเดียการสอนของครูกระแต ที่หยิบนิทานเรื่องรุ้งกินน้ำ มาออกแบบเป็นกิจกรรมต่อเนื่องให้เด็ก ๆ ขยับร่างกาย และช่วยกันกับเพื่อนหลบหลีกผ้าหลากหลายสี ตามสีสันของรุ้งกินน้ำเพื่อไปยังเป้าหมาย เด็ก ๆ จะได้พัฒนาทั้งทักษะด้านร่างกายและสังคม ทำให้สมองได้เกิดการเชื่อมโยงกัน เกิดทักษะการคิดแบบ EF ขึ้นมาในที่สุด

เมื่อทำทั้งหมดนี้แล้ว คุณครูจะเห็นผลทันทีเลยมั้ย ?
คงต้องบอกว่าการพัฒนา EF ให้กับเด็ก ๆ ต้องอาศัยความสม่ำเสมอ ค่อย ๆ หยอดกระปุกสะสมไปทีละเล็กทีละน้อย อาจยังไม่เห็นผลทันทีที่ทำให้เราชื่นใจในตอนนี้ แต่ภายใน 1 ปี จะพอสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ เมื่อเทียบกับพฤติกรรมช่วงแรก ๆ ที่ยังไม่เคยพัฒนา EF ให้กับเด็ก ๆ เลย

เหมือนที่ Dow Thailand และสถาบันรักลูกได้ดำเนินโครงการ EF ร่วมกับภาคีเครือข่ายที่จังหวัดระยองมายาวนานต่อเนื่องกว่า 8 ปี จนเห็นผลว่าเยาวชนในพื้นที่มีภูมิคุ้มกันในการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ สามารถจัดการชีวิตตัวเองได้เป็นอย่างดี ซึ่ง Dow Thailand และสถาบันรักลูก ตั้งใจขยายผลโครงการต่อมาที่กรุงเทพ ฯ โดยได้รับความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐทั้งกรุงเทพมหานคร สมาคมอนุบาลฯ สำนักงานป.ป.ส. เมื่อไม่นานมานี้
คุณครูมั่นใจได้เลยว่าการพัฒนาทักษะ EF นี้ให้กับเด็ก ๆ จะช่วยให้พวกเขาสามารถรับมือกับประเด็นความท้าทายต่าง ๆ ในอนาคตได้ ด้วยการคิดวิเคราะห์ที่เป็นเหตุเป็นผล ควบคุมอารมณ์ความรู้สึก และสามารถจัดการบริหารตัวเองเพื่อประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน

สำหรับคุณครูที่อยากนำ EF ไปปรับใช้ในห้องเรียน และอยากรู้จักและเข้าใจให้มากขึ้น Dow Thailand และภาคีเครือข่าย ขอเชิญชวนคุณครูกรอกรายละเอียดในแบบสำรวจความต้องการประยุกต์ใช้ EF ในโรงเรียนปฐมวัย กทม. (ใช้เวลาทำเพียง 3 นาทีเท่านั้น) https://forms.office.com/r/p0R7MXDAJw
พิเศษ ! สำหรับคุณครู 50 ท่านแรกที่ทำแบบสำรวจ ลุ้นรับ “การ์ด EF” ไปใช้ประกอบการสอนในห้องเรียนได้เลย
insKru และ Dow Thailand เป็นกำลังใจให้คุณครูทุกคนเลยน้า
แสดงความเห็นกับสมาชิกใน insKru
เก็บไอเดียไว้อ่าน และอีกมากมาย
ได้แรงบันดาลใจเต็มๆ เลยใช่มั้ย?
บันทึกแรงบันดาลใจที่ได้รับเก็บไว้ไม่มีลืมผ่านการเขียนไอเดียเลย!