
มีวิดีโอขั้นตอนการจัดประสบการณ์เรียนรู้ คุณครูสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้
การตั้งคำถามแบบโสเครติส’ (Socratic Questioning) การสร้างวิธีการเรียนรู้กับผู้คนด้วยการเข้าไปตั้งคำถามกับความเข้าใจที่ผู้คนมีก่อนหน้า และช่วยให้คู่สนทนารู้ว่าเขามีสิ่งที่ยังไม่รู้ เป็นวิธีคิดของโสเครติสนักปรัชญาชาวกรีก
หากเปรียบเปรยก็คงเหมือนตู้ที่มีลิ้นชักนับไม่ถ้วน เราอาจเปิดเพียงลิ้นชักหนึ่งออกมาแล้วว่านี่คือคำตอบหรือความจริงแล้ว แต่โสเครติสแสดงให้เราเห็นว่าตู้ใบนั้นไม่ได้มีเพียงลิ้นชักเดียว จงเปิดลิ้นชักอื่นออกมา ยิ่งเปิดมันมากเท่าไหร่ เราจะยิ่งได้เห็นคำอธิบาย คำตอบ หรือความจริงมากขึ้นเท่านั้น
นักการศึกษาเห็นตรงกันว่าการตั้งคำถามแบบโสเครติส ช่วยกระตุ้นให้นักเรียนเกิดทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) เพราะเป็นการเปิดให้นักเรียนคิดเกี่ยวกับมโนทัศน์สำคัญที่ปรากฏอยู่ในชีวิตประจำวันด้วยในมุมมองที่หลากหลาย เพื่อให้เกิดเป็นความเข้าใจใหม่ของนักเรียนขึ้นมา
ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน : ใช้สถานการณ์ที่อยู่ในกระแสสังคมควบคู่กับคำถามแบบโสเครติส
ครู: เกิดอะไรขึ้นกับสภาพภูมิอากาศของบ้านเราในวันนี้บ้าง?
นักเรียน 1: อากาศย่ำแย่ มีฝุ่นเยอะ
ครู: เรารู้ได้อย่างไรว่ามันมีฝุ่น อะไรเป็นหลักฐานที่เราใช้สนับสนุนคำตอบ?
นักเรียน 1: ก็มันอยู่ในข่าวทุก ๆ วัน และยังตรวจสอบได้จากแอปพลิเคชันตรวจสอบคุณภาพอากาศ
ครู: มีใครได้ยินข่าวเกี่ยวกับฝุ่นลักษณะนี้อีกไหม?
นักเรียน 2: เคยค่ะ หนูเคยเห็นใน TikTok เขาเรียกว่า “PM 2.5”
ครู: หนูกำลังจะบอกว่า หนูเรียนรู้เรื่อง PM 2.5 มาจากผู้ประกาศข่าวใน TikTok และหนูก็กำลังตั้งสมมติฐานว่า ผู้ประกาศข่าวรู้ว่าฝุ่น PM 2.5 กำลังเกิดขึ้น อย่างนั้นใช่ไหม?
นักเรียน 3: หนูก็เคยได้ยินมาเหมือนกัน มันน่ากลัวมาก ความร้ายแรงจากฝุ่นจิ๋วนี้คือ มันสามารถผ่านการกรองของขนจมูกและเข้าสู่ชั้นในสุดของปอดได้ มันสามารถทำหน้าที่เป็นตัวกลางพาสารอื่น ๆ เข้าสู่ปอด ด้วยการให้สารเหล่านั้นมาเคลือบบนผิวของมัน เช่น สารก่อมะเร็ง สารโลหะหนัก หนูคิดว่าผู้ประกาศข่าวได้ยินมาจากนักวิทยาศาสตร์ที่กำลังศึกษาประเด็นนี้อีกที
ครู: งั้นก็หมายความว่าผู้ประกาศข่าวรู้มาจากนักวิทยาศาสตร์อีกที แล้วนักวิทยาศาสตร์รู้ได้อย่างไรล่ะ?
นักเรียน 4: พวกเขามีอุปกรณ์ที่จะวัดภูมิอากาศ พวกเขาทำการวิจัยและวัดค่า AQI
ครู: เราคิดว่านักวิทยาศาสตร์ทำแบบนั้นมานานแค่ไหนแล้ว?
นักเรียน 5: คงประมาณ 10 ปี
นักเรียน 6: อาจจะมากกว่านั้นนิดหน่อย
ครู: จริง ๆ แล้ว มีการศึกษาเรื่อง PM 2.5 มาหลายปีแล้ว หน่วยงานรัฐ สื่อมวลชล และประชาชนในประเทศไทยออกมาหาคำตอบว่ามันคืออะไรตั้งแต่ต้นปี 2562
นักเรียน 3: พวกเราตอบได้ใกล้เคียง
ครู: ใช่แล้ว แล้วเรารู้ได้อย่างไร?
นักเรียน 5: ผมแค่คิดว่ามันเป็นช่วงที่สภาพภูมิอากาศย่ำแย่อย่างเห็นได้ชัด
ครู: ถ้าอย่างนั้น ถ้าอย่างนั้นเราลองมาดูกราฟแสดงแนวโน้มปริมาณ PM 2.5 พ.ศ. 2554 – 2561 กัน บอกอะไรเกี่ยวกับภูมิอากาศของประเทศไทยได้บ้าง?
นักเรียน 7: แนวโน้มปริมาณ PM 2.5 ทั้งประเทศ สูงกว่าค่ามาตรฐานมาอย่างต่อเนื่อง
ครู: เราพอจะตั้งสมมติฐานได้ไหม ว่าเป็นเพราะอะไร?
นักเรียน 7: คำเดียวเลย “มลพิษ”
ครู: อะไรคือข้อสันนิษฐานของเรา เมื่อเราบอกว่า “มลพิษคือสาเหตุที่ทำให้แนวโน้มของปริมาณฝุ่น PM 2.5 สูงขึ้น”
นักเรียน 3: ไอเสียจากรถยนต์หรือการจราจร อากาศพิษจากปล่องโรงงานอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้า การเผาในที่โล่งและที่ไม่โล่ง หรือสภาพภูมิอากาศในช่วงที่เวลาที่ลมสงบนิ่งก็เป็นส่วนหนึ่ง
นักเรียน 8: การสูบบุหรี่ การจุดธูปเทียน การใช้เครื่องถ่ายเอกสาร ก็ทำให้เกิดมลพิษในอากาศได้
ขั้นจัดประสบการณ์เรียนรู้ : ใช้สถานการณ์ที่เป็นประเด็นถกเถียงในสังคมกระตุ้นให้นักเรียนแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

ขั้นสรุปสาระสำคัญ : ถอดบทเรียนสะท้อนการเรียนรู้ นักเรียนได้แลกเปลี่ยนมุมมองกับเพื่อน โดยได้ใคร่ครวญกับตนเองจากการทำความเข้าใจความคิคเห็นของเพื่อนอีกฝ่าย
แสดงความเห็นกับสมาชิกใน insKru
เก็บไอเดียไว้อ่าน และอีกมากมาย
ได้แรงบันดาลใจเต็มๆ เลยใช่มั้ย?
บันทึกแรงบันดาลใจที่ได้รับเก็บไว้ไม่มีลืมผ่านการเขียนไอเดียเลย!