
จากการที่ข้าพเจ้าเป็นผู้สอนในรายวิชาภาษาอังกฤษให้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่
4 โรงเรียนบ้านคลองน้ำไหลใต้
พบว่าจากการจัดการเรียนการสอนนักเรียนไม่รู้ว่าตัวอักษรในภาษาอังกฤษแต่ละตัวออกเสียงว่าอย่างไร
ทำให้ไม่สามารถสะกดคำและออกเสียงคำศัพท์ในภาษาอังกฤษได้ทำให้นักเรียนรู้สึกว่าเรียนไม่สนุกขาดความเข้าใจ
เพราะไม่สามารถอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษได้ข้าพเจ้าจึงเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว
จึงได้ดำเนินการจัดหาเครื่องมือ สื่อ แบบฝึกหัด
เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียน
วิธีการดำเนินงานตามขั้นตอนดังนี้
ขั้นที่ 1 การทดสอบก่อนเรียน (Pre-test)
ทำการทดสอบนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่
4 จำนวน 10 คน
เพื่อวัดความสามารถด้านการอ่านออกเสียงสระเสียงสั้นภาษาอังกฤษก่อนเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้
ข้อมูลที่ได้จากการทดสอบก่อนเรียนใช้เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์หลังการเรียน
ขั้นที่ 2
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยแบบฝึกทักษะ (Learning Activities)
ดำเนินการจัดการเรียนรู้จำนวน
10 ชั่วโมง โดยบูรณาการ แบบฝึกทักษะ Phonics ควบคู่กับ
แผนการจัดการเรียนรู้ ตามกระบวนการเรียนการสอนแบบ 5 ขั้น ดังนี้
ขั้นนำ (Warm-up/Presentation)
ครูสร้างบรรยากาศการเรียนด้วยเพลง
เกม หรือคำถามง่าย ๆ เกี่ยวกับตัวอักษรและเสียงสระ
กระตุ้นความสนใจและเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน
ขั้นสอน (Teaching/Instruction)
ครูอธิบายหลักการออกเสียงสระเสียงสั้นภาษาอังกฤษ
(a,
e, i, o, u) แสดงตัวอย่างคำศัพท์ที่มีสระสั้น เช่น cat, bed,
sit, top, sun ใช้สื่อการสอน เช่น แฟลชการ์ด วิดีโอ
และเสียงตัวอย่าง
ขั้นฝึก (Practice/Guided
Practice)
นักเรียนฝึกออกเสียงตามครู
และฝึกออกเสียงเป็นรายบุคคลและรายกลุ่มใช้แบบฝึกหัด เช่น การจับคู่คำกับภาพ เติมคำ
อ่านสะกดเสียง ครูคอยให้คำแนะนำและแก้ไขการออกเสียง
ขั้นสรุป (Summary/Wrap-up)
ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเสียงสระที่ได้เรียนในคาบนั้นให้นักเรียนยกตัวอย่างคำศัพท์ที่มีสระเสียงสั้นแต่ละตัว
เน้นทบทวนจุดที่นักเรียนมักออกเสียงผิด
ขั้นประเมิน (Evaluation/Assessment)
ประเมินผลการเรียนรู้ด้วยแบบฝึก
แบบทดสอบสั้น ๆ
หรือการออกเสียงจริงให้คำแนะนำเป็นรายบุคคลเพื่อปรับปรุงการอ่านออกเสียง
การสอนทั้ง 10 ชั่วโมงจะหมุนเวียนครอบคลุมเสียงสระสั้นทั้ง 5 เสียง
และบูรณาการกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น เกม เพลง การแข่งขันกลุ่มย่อย เพื่อสร้างแรงจูงใจและเสริมทักษะการออกเสียง
ขั้นที่ 3
การดำเนินการตามแผนการจัดการเรียนรู้
ผู้วิจัยจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจนครบทั้ง
10 ชั่วโมง โดยเก็บข้อมูลระหว่างการเรียน เช่น พฤติกรรมการเรียนรู้ การมีส่วนร่วม
และการตอบสนองต่อกิจกรรม
ขั้นที่ 4 การทดสอบหลังเรียน (Post-test)
เมื่อเสร็จสิ้นการจัดกิจกรรมครบ
10 ชั่วโมง นักเรียนทั้ง 10 คนจะทำการทดสอบหลังเรียน
เพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านการอ่านออกเสียงสระเสียงสั้นภาษาอังกฤษ
และเปรียบเทียบกับผลการทดสอบก่อนเรียน
การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ
และศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่ได้รับการพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงด้วยแบบฝึกทักษะ
สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
โรงเรียนบ้านคลองน้ำไหลใต้ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 กลุ่มทดลองเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่
4 จำนวน 10 คน โดยให้นักเรียนทำดำเนินการทำแบบทดสอบก่อนเรียน
จากนั้นใช้แผนการจัดการเรียนรู้ที่ถูกออกแบบให้สอดคล้องกับแบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ
เมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วบันทึกคะแนนของการทำแบบทดสอบหลังเรียน พร้อมทั้งให้นักเรียนทำแบบประเมินความพึงผลปรากฏว่าการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษทำให้มีค่าเฉลี่ยคะแนนหลังเรียนอยู่ที่
6.94 คิดเป็นร้อยละ 69 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 60 ที่ตั้งไว้ และมีค่าเฉลี่ยจากการทดสอบหลังเรียนอยู่ที่ และมีค่าความพึงพออยู่ในระดับมาก
คิดเป็นค่าเฉลี่ย (
=4.1)
แสดงความเห็นกับสมาชิกใน insKru
เก็บไอเดียไว้อ่าน และอีกมากมาย
หากได้แรงบันดาลใจจากไอเดียนี้เหมือนกัน
บันทึกแรงบันดาลใจที่ได้รับเก็บไว้ไม่มีลืมผ่านการเขียนไอเดียเลย!