ไอเดียนี้เป็นไอเดียที่ผมดัดแปลงและต่อยอดมาจากกิจกรรมของอาจารย์พี่เลี้ยงในสมัยที่ผมเคยเป็นนิสิตฝึกสอนเมื่อหลายปีก่อน โดยมีการเพิ่มลูกเล่นและขั้นตอนนิดหน่อย ขอให้เครดิตอาจารย์ไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ
โดยในการสอนเรื่อง กำเนิดศาสนา นี้ สามารถใช้ได้กับทั้งเด็กมัธยมต้น และมัธยมปลาย เป็นคาบแรก ๆ ของการสอนสาระศาสนาได้
เป้าหมายของกิจกรรมนี้คือ ทำให้นักเรียนเห็นว่า ทำไมมนุษย์ถึงหันไปพึ่งพาสิ่งเหนือธรรมชาติ และเกิดเป็นระบบความเชื่อและศาสนาขึ้นมา
อุปกรณ์ ไม้ไอติมมีสี สีใดก็ได้มากกว่า 2 สีขึ้นไป (หากไม่มีไม้ไอติม อาจใช้สิ่งอื่นที่แตกต่างกันได้)
ขั้นตอนเริ่มจาก
- ครูชี้แจงกิจกรรมว่า ในสถานการณ์นี้ ไม้ไอติมสีแดง แทนถึง ความโชคร้าย ไม้ไอติมสีเหลือง สื่อถึง ความโชคดี และให้ทุกคนหมอบลงไปกับโต๊ะห้ามเงยหน้าขึ้นมามองเด็ดขาดจนกว่าครูจะบอกให้เงย โดยครูจะเลือกเพื่อนบางคนมาช่วยแจกไม้ไอติมให้แบบลับ ๆ (ตอนเรียกนักเรียนขึ้นมาช่วยแจก ห้ามมีเสียงหรือให้นักเรียนคนอื่นรู้เด็ดขาดว่าเป็นเพื่อนคนไหน แนะนำให้เรียกมามากกว่า 2 คนขึ้นไปเพื่อไม่ให้คนที่หมอบอยู่เดาได้ถูก)
- เมื่อนักเรียนคนที่มาช่วยแจกนั่งที่และกลับไปแกล้งหมอบแล้ว ครูสั่งให้ทุกคนเงยหน้าขึ้นมาแล้วถามเพื่อเช็คว่า ไหนใครได้สีแดงบ้าง? ไหนใครได้สีเหลืองบ้าง? จากนั้น ครูถามนักเรียนว่า "โอเค เรารู้แล้วว่าเราได้ความโชคดีหรือโชคร้าย แต่ครูอยากถามว่า เรารู้ไหมว่าใครเป็นคนแจกไม้ไอติมสีนี้ ๆ ให้กับเธอ" (นักเรียนก็จะเริ่มเดาและหาคำอธิบายว่า เป็นครูบ้าง เป็นเพื่อนคนนี้ เป็นเพื่อนคนนู้นบ้าง ถูกบ้างผิดบ้างกันไป)
- เสร็จจากการพยายามหาคำตอบแล้ว ครูเชื่อมโยงให้นักเรียนเห็นว่า สถานการณ์นี้ของพวกเธอ ก็เหมือนกับคนในสมัยก่อน เวลาเกิดเรื่องดี และไม่ดีกับเขา เช่น น้ำท่วม ฟ้าผ่า เจอทองคำใต้ดิน เขาไม่รู้สาเหตุว่ามาจากอะไร จึงพยายามอธิบายว่า เป็นเพราะเทพเจ้าบ้าง เป็นเพราะสิ่งลี้ลับบ้าง ดังนั้น ศาสนาจึงเกิดขึ้นมาจาก "ความไม่รู้" เป็นปัจจัยแรก
- จากนั้น ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมเดิมอีกรอบ โดยเพิ่มเงื่อนไขไปว่า หากรอบนี้ ระหว่างที่หมอบอยู่ ใครทำมือสัญลักษณ์ I love you ขึ้นมาค้างไว้ ครูจะไปแจกไม้ไอติมสีเหลือง หรือ ความโชคดีให้
- ในขั้นตอนที่ครูเดินแจกนั้น ครูไม่จำเป็นต้องให้สีเหลืองกับคนที่ทำตามทุกคน และอาจให้สีแดงกับคนที่ทำด้วย รวมถึงคนที่ไม่ทำก็อาจได้สีแดงหรือเหลืองด้วยเช่นกัน
- พอนักเรียนลืมตาขึ้นมาแล้ว ก็จะมีบางคนที่ทำตามแล้วได้สีเหลือง แต่จะมีบางคนโวยวายว่า "ทำไมผมทำตามครูแล้วยังได้สีแดง ทำไมผมทำตามแล้วไม่ได้อะไรเลย" ให้ครูเก็บประเด็นนี้ไว้อธิบายหลังจากถามคำถามว่า "ทำไมพวกเราถึงทำสัญลักษณ์ตามที่ครูบอก" นักเรียนจะตอบว่า เพราะเราอยากได้สีเหลือง ไม่อยากได้สีแดง ถ้าทำตามครูก็มีโอกาสได้สีเหลืองมากกว่าไม่ทำ
- ครูจึงชี้ให้เห็นประเด็นว่า นี่แหละ เพราะทุกคนกลัวจะได้สีแดง และอยากได้รางวัลเป็นสีเหลือง จึงทำตามคำสั่งสอนของครู ศาสนาเกิดขึ้นมาจากอีกสองปัจจัย คือ ความกลัว และ รางวัลตอบแทน เช่น จะได้ไปสวรรค์ ได้รับพระพรจากพระเจ้า
- กลับมาที่ประเด็นที่ทิ้งไว้ในข้อ 6 ครูชวนนักเรียนคิดว่า จากที่บางคนทำตามครูแล้ว แต่ยังไม่ได้ไม้ไอติม เปรียบเทียบกับว่า หากวันนี้เราทำตามคำสอนแล้ว แต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ยังไม่ช่วยเรา เราจะทำยังไงระหว่าง ทำต่อไป หรือ เลิกทำไปเลย? นักเรียนส่วนใหญ่จะตอบว่า ทำต่อไปครับ เพราะถ้าเลิกทำก็จะไม่ได้อะไรเลยในครั้งหน้า แต่ถ้ายังทำอยู่ สักวันหนึ่งก็อาจได้กับเขาบ้าง ครูจึงสรุปประเด็นว่า นี่แหละคือส่วนสำคัญที่ทำให้ความเชื่อและศาสนายังดำรงอยู่ได้จนถึงปัจจุบัน นั่นก็คือ "ศรัทธา" ที่จะเชื่อมั่นในคำสอนของศาสนา แม้จะไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าจะได้รับสิ่งดี ๆ เมื่อไร แต่ถ้ายังเชื่อและทำต่อไป สักวันพระเจ้าก็จะเมตตาเรา
เมื่อจบแล้ว ครูอาจชวนนักเรียนสรุปว่า ในปัจจุบัน ศาสนายังมีองค์ประกอบจาก ความไม่รู้ ความกลัว และรางวัลตอบแทนหรือไม่ นักเรียนก็ตอบมาว่า มีบ้าง เช่น ไม่รู้ว่าตายแล้วไปไหน กลัวว่าจะตกนรกบ้าง หรือ บางคนทำบุญ สวดมนต์เพราะอยากขึ้นสวรรค์ ก็ยังพบได้อยู่ในปัจจุบัน