inskru

วางหนังสือปากกา จับดาบแล้วไปกู้โลกกันเถอะ!! (2)

0
0
ภาพประกอบไอเดีย วางหนังสือปากกา จับดาบแล้วไปกู้โลกกันเถอะ!! (2)



วางหนังสือปากกา จับดาบแล้วไปกู้โลกกันเถอะ!! (2)




          สำหรับตอนที่ 2 นี้ ผมจะลงลึกถึง "กระบวนการเล่น" โดยเน้นไปที่การเปลี่ยนห้องเรียนหรือห้องชุมนุมให้กลายเป็นโลกแฟนตาซีผ่านการเล่าเรื่องและการตัดสินใจ เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพว่า "เด็ก ๆ เขาไปกู้โลกกันท่าไหน" ครับ


:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::


          หลังจากที่ผมตอบคำถามนักเรียนไปว่า "ครูอยากกู้โลก" แววตาของเด็ก ๆ เปลี่ยนไปทันทีครับ

จากความสงสัยกลายเป็นความท้าทาย
เราตัดสินใจวางหนังสือเรียนวรรณกรรมลงชั่วคราว แล้วหยิบชุดกฎของ TRPG (Tabletop Role-Playing Game) ขึ้นมา และนี่คือเบื้องหลังการผจญภัยที่เราทำกันจริง ๆ ในชุมนุมครับ



1. สร้างตัวตนใหม่ที่ "ไม่ใช่แค่เด็กเรียนเก่ง"


          ขั้นตอนแรกคือการสร้างตัวละคร (Character Creation)  นักเรียนแต่ละคนจะไม่ได้เป็นแค่ "นักเรียนเลขที่..." อีกต่อไป แต่พวกเขาต้องสวมบทบาทเป็นอาชีพต่าง ๆ เช่น


  • Paladin (อัศวินผู้พิทักษ์): ผู้ที่ต้องตัดสินใจปกป้องเพื่อนในทีม ฝึกความรับผิดชอบและความเสียสละ
  • Wizard (พ่อมด): ผู้ใช้สติปัญญาแก้ปริศนาเวทมนตร์ ฝึกการคิดเชิงตรรกะในโลกสมมติ
  • Rogue (นักย่องเบา): ผู้เชี่ยวชาญการลอบเร้นและหาทางออกที่ฉลาดแกมโกง


          การเล่นแบบนี้ช่วยให้เด็ก ๆ ได้พักจาก "ภาระตัวตนจริง" ที่ต้องแบกความคาดหวัง และได้ลองผิดลองถูกในฐานะตัวละครอื่น


        ตรงนี้ถ้าคุณครูหรือเด็ก ๆ มีสิ่งที่อยากแลกเปลี่ยนก็ทำได้เลยนะครับ ตัวผมเองในโลกของเกมนั้นสวมบทบาทเป็น "นักเวทมนตร์ตัวน้อย" ที่เดินตามหลังนักเรียนชายผู้รับบทบาทเป็นผู้กล้า นอกจากนี้ยังมีนักเรียนคนหนึ่งเสนอขึ้นมาว่า "อยากให้น้องหมาที่บ้านมีบทบาทในเกมด้วยได้ไหม?" ซึ่งผมก็จัดให้ทันทีครับ เขาก็เลยกลายเป็น "จอมโจรที่มีน้องหมาเป็นเพื่อนคู่ใจ" ร่วมผจญภัยไปด้วยกัน




---------------------------------------------------------------------------------------------------------



2. ลูกเต๋า 20 หน้า: บทเรียนเรื่อง "ความไม่แน่นอน"


          ในโลกวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ 1 + 1 ต้องเท่ากับ 2 เสมอ
แต่ในโลกของ TRPG เราใช้ลูกเต๋า D20 (ลูกเต๋า 20 หน้า) เป็นตัวตัดสินครับ เช่น เมื่อนักเรียนต้องการ "เจรจากับมังกร" หรือ "กระโดดข้ามหน้าผา" พวกเขาต้องทอยลูกเต๋า ถ้าทอยได้ 20 (Critical Success) คือความสำเร็จอย่างงดงาม แต่ถ้าทอยได้ 1 (Critical Fail) คือหายนะ


          จุดนี้เองที่สอนให้เด็ก ๆ เรียนรู้ที่จะ "รับมือกับความล้มเหลว" อย่างสนุกสนาน

          เพราะในเกมแม้จะทอยได้ 1 ชีวิตก็ยังเดินหน้าต่อไปได้ด้วยวิธีอื่น ต่างกับข้อสอบที่ถ้าพวกเขาพลาดแล้วพลาดเลย

          ขณะเดียวกันการใช้ลูกเต๋ายังมีข้อดีที่ว่า เด็ก ๆ จะสามารถเชื่อมโยงกับความเป็นไปได้ที่มากกว่าหนึ่งเสมอ


          หากเบื้องหน้าคือข้อสอบ นักเรียนอาจเลือกได้แค่ว่าจะทิ้งทุกอย่างแล้วเริ่มอ่านหนังสือ หรือจะเริ่มทบทวนใหม่

แต่ในโลกของเกม TRPG เขาอาจเลือกทำในสิ่งที่แม้แต่เพื่อนก็นึกไม่ถึง เช่น เป็นไปได้ไหมที่จะเอ่ยขอโทษตรง ๆ กับยักษ์ที่เฝ้าถ้ำเก็บสมบัติอยู่? หรือเขาอาจเลือกวิธีให้เพื่อนแกล้งชกต่อยกันเพื่อดึงความสนใจ แล้วให้จอมโจรอีกคนลอบเข้าถ้ำในขณะที่ยักษ์กำลังสนใจเรื่องอื่นอยู่แทน


          แผนการหนึ่งที่เกิดขึ้นและผมจำได้แม่นคือ แผนการ "กล่องพัสดุพิฆาต"

          สถานการณ์คือ กลุ่มผู้เล่นต้องบุกเข้าไปในปราสาทที่มีเวรยามหนาแน่นมาก


          วิธีแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ แทนที่จะสู้รบตบมือ จอมเวทใช้คาถา Enlarge/Reduce (ขยาย/ย่อส่วน) ย่อขนาดนักรบที่ตัวใหญ่ที่สุดให้เหลือตัวเท่าตุ๊กตา แล้วจับยัดใส่กล่องไม้ธรรมดา ๆ
จากนั้นให้นกฮูกสัตว์เลี้ยงคาบกล่องบินไปวางไว้หน้าห้องนอนของแม่ทัพศัตรู พอทหารยามมาเห็นก็นึกว่าเป็นพัสดุส่งผิด จึงยกเข้าไปวางข้างเตียงแม่ทัพ

พอตกกลางดึก นักรบ Paladin ก็คืนร่างเดิมแล้วลุกขึ้นมานั่งทับแม่ทัพที่กำลังหลับอยู่จนสลบคาเตียงโดยไม่ต้องใช้ดาบสักเล่ม!


          เราตลกกันทั้งกลุ่มครับ ผมเองยังนึกไม่ถึงเลยว่าจะมีวิธีแบบนี้ด้วย นักเรียนบอกว่าเขา นึกขึ้นมาได้ เพราะตอนที่เขากำลังรอหนังสือเกม TRPG เล่มนี้อยู่ เขาวิ่งไปดูที่โต๊ะวางกล่องพัสดุทุกวันจนจำได้แม่น เลยปิ๊งไอเดียนี้และอยากลองใช้ดูในเกมนั่นเอง


          จากกล่องพัสดุกลายเป็นสุดยอดไอเท็มลอบเร้นไปได้เพราะเช่นนี้นั่นเองครับ




----------------------------------------------------------


3. การสื่อสารแบบสบตา: ปฏิสัมพันธ์ที่จำเป็นในยุค "สังคมก้มหน้า"


          หากคนนอกมองเข้ามา อาจเห็นเพียงเด็กกลุ่มหนึ่งนั่งล้อมวงพูดคุยกันอย่างออกรส

          แต่ในความเป็นจริง สมองของพวกเขากำลัง สร้างภาพจินตนาการชุดเดียวกันอย่างเข้มข้นครับ


          ในฐานะที่ผมรับหน้าที่เป็น "ผู้ดำเนินเนื้อเรื่อง" หรือผู้นำการผจญภัย ผมจะทำหน้าที่บรรยายฉากทัศน์เพื่อเปิดประตูบานแรกให้แก่พวกเขา

"เบื้องหน้าของพวกเธอคือประตูหินโบราณขนาดมหึมา มีตราสัญลักษณ์รูปเปลวเพลิงสลักอยู่อย่างวิจิตร ทันทีที่ขยับเข้าใกล้ พวกเธอจะสัมผัสได้ถึงไอร้อนระอุที่แผ่ออกมาจากรอยแตกของหินจนเหงื่อเริ่มซึม..."


          วินาทีนั้นเองที่นักเรียนต้องหยุดดูหน้าจอโทรศัพท์ แล้วหันมาสบตาปรึกษากันอย่างจริงจัง


          "เอาอย่างไรดี? จอมเวท ลองใช้อำนาจวิเศษตรวจสอบร่องรอยพลังงานดูก่อนไหม?"
" หรือจะให้ นักรบใช้โล่เหล็กกล้ากระแทกเข้าไปตรง ๆ เลยดีกว่า?"


           นี่คือการฝึกกระบวนการทำงานเป็นทีม และทักษะการสื่อสารที่ทรงพลังที่สุด เพราะในโลกสมมตินี้ หากขาดการวางแผนร่วมกัน หรือสื่อสารกันผิดพลาดเพียงนิดเดียว ภารกิจกู้โลกที่วาดฝันไว้ก็อาจพังทลายลงได้ทันที

การเล่นเกมบนกระดานจึงไม่ใช่แค่การหาผู้แพ้ชนะ แต่มันคือการฝึกให้เด็ก ๆ รู้จักรับฟังความเห็นที่แตกต่าง ฝึกการโน้มน้าวใจ และที่สำคัญที่สุดคือการฝึก "ความเห็นอกเห็นใจ" ต่อเพื่อนร่วมทีมผ่านตัวละครที่พวกเขาสวมบทบาทอยู่นั่นเองครับ
หรือถ้าหากหนึ่งในกลุ่มนักเรียนต้องการ เขาอาจเปลี่ยนบทบาทจากนักเดินทางในโลกจินตนาการ มาเป็นผู้สร้างโลกแทนก็ได้




----------------------------------------------------------


ตอนที่ 3 จะมาเขียนเกี่ยวกับฟีดแบ็คของนักเรียนหลังเล่นครับผม คุณครูท่านไหนสนใจกดติดตามไว้นะครับ


คลิปตัวอย่างการเล่น DnD 

ขอบคุณแรงบันดาลใจจาก

ไอเดียนี้เป็นไงบ้าง?

0
ได้แรงบันดาลใจ
0
ลงไอเดียอีกน้า~
default-avatar
แบ่งปันโดย
ธวัชชัย สุลาลัย
ครูที่สนใจกับการเรียนและเล่น Play + learn = เพลิน

อยากร่วมแลกเปลี่ยน?

please login

แสดงความเห็นกับสมาชิกใน insKru

เก็บไอเดียไว้อ่าน และอีกมากมาย

icon-please-commentมาเป็นคนแรกที่แลกเปลี่ยนสิ!
credit idea

ได้แรงบันดาลใจเต็มๆ เลยใช่มั้ย?
บันทึกแรงบันดาลใจที่ได้รับเก็บไว้ไม่มีลืมผ่านการเขียนไอเดียเลย!

ไอเดียน่าอ่านต่อ