
ไอเดียนี้มาจากการนั่งคิดใคร่ครวญว่า การสอบซ่อมกลางภาค จะทำยังไงดีให้นักเรียนสามารถทำความเข้าใจเนื้อหาที่นักเรียนเรียนมาในช่วงก่อนสอบกลางภาคได้ดีมากขึ้น เป็นวิธีการสอบซ่อมที่ไม่สร้างภาระให้นักเรียนมากจนเกินไป เนื่องจากวิชาอื่นก็มีการสอบซ่อมเช่นกัน แถมยังทำให้นักเรียนได้ทักษะกระบวนการอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เพียงแค่ความรู้ความเข้าใจในเนื้อหา ซึ่งผมคิดว่าสำคัญยิ่งกว่าการจำเนื้อหาได้อีก จึงเกิดมาเป็นกระบวนการสอบซ่อมที่เป็นมากกว่าการสอบซ่อม
วิธีการสอบซ่อม
1. ครูแจกข้อสอบคืนนักเรียน
2. นักเรียนตรวจสอบดูว่าตัวเองผิดข้อไหนบ้าง
3. นักเรียนเลือกข้อสอบที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่ายจำนวน 2 ข้อ และคลื่นจำนวน 2 ข้อ
4. ร่วมกันแลกเปลี่ยนวิธีการหาคำตอบข้อนั้นและเขียนลงในกระดาษรายงานหรือกระดาษเอสี่ของตนเองแล้วส่งครู
ข้อ 1. ถึง 4. นักเรียนที่ได้คะแนนต่ำกว่า 12 คะแนน ทุกคนจะต้องทำ
ตั้งแต่ข้อ 5. เป็นต้นไป นักเรียนที่ต่ำกว่า 10 คะแนน ต้องทำเพิ่ม
5. สำหรับนักเรียนที่คะแนนต่ำกว่า 10 คะแนน ให้จับกลุ่มกัน 4 คน แล้วให้ตัวแทนแต่ละกลุ่มเลือกหัวข้อจำนวน 1 หัวข้อต่อไปนี้ (ไม่ซ้ำกัน)
พิมพ์รายชื่อพร้อมกับหัวข้อที่เลือกลงในโน้ตกลุ่มไลน์
5.1 การกระจัดของการเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่าย
5.2 ความเร็วของการเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่าย
5.3 ความเร่งของการเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่าย
5.4 การสั่นของมวลติดปลายสปริง
5.5 การแกว่งของลูกตุ้มอย่างง่าย
5.6 การเกิดคลื่น ชนิดของคลื่น ส่วนประกอบของคลื่น และอัตราเร็วของคลื่น
5.7 การสะท้อนและการหักเหของคลื่น
5.8 การแทรกสอดและการเลี้ยวเบนของคลื่น
6. ให้แต่ละกลุ่มศึกษาเนื้อหาที่ตนเองได้เลือกแล้วจัดทำสื่อประกอบการอธิบายเนื้อหาตามที่เห็นสมควร (เช่น Canva, PowerPoint, infographic, mind mapping, สื่อทำมือ เป็นต้น) และตัวอย่างโจทย์ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาพร้อมเฉลยอย่างละเอียดจำนวน 2 ข้อ
7. นัดเวลาช่วงพักกลางวันหรือหลังเลิกเรียนเพื่อมาสอนเนื้อหานั้นให้ครูและเพื่อนอีก 1 กลุ่มฟัง ให้เวลาสอนกลุ่มละไม่เกิน 10 นาที โดยครูจะเป็นนักเรียนให้และเรียนตามสิ่งที่นักเรียนสอนจริง (นักเรียนกลุ่มที่สอนกับกลุ่มที่ฟังเพื่อนสอนให้เลือกกันเองได้เลย)
8. เมื่อสอนเสร็จแล้ว ครูและเพื่อนอีกกลุ่มจะถามคำถามอย่างน้อย 1 ข้อ
9. ครูจะมีข้อเสนอแนะและคำถามถามนักเรียนนอกเหนือจากเนื้อหาที่นักเรียนสอนอีกเล็กน้อย เช่น
1) เมื่อต้องอธิบายเนื้อหานี้ให้เพื่อนหรือครูฟังนักเรียนรู้สึกอย่างไร
2)มีประเด็นหรือเนื้อหาอะไรบ้างที่นักเรียนเข้าใจมากขึ้นจากการเตรียมสอน
3) นักเรียนมีวิธีการเตรียมตัวก่อนสอนอย่างไรบ้าง
4) นักเรียนทำหน้าที่อะไรในกลุ่มและมีการแบ่งงานกันอย่างไร
5) ระหว่างการทำงานมีปัญหาอะไรหรือไม่ ถ้ามี แก้ปัญหาอย่างไร
6) ถ้าให้ประเมินการสอนของกลุ่มตัวเอง เต็ม 10 คะแนน จะให้คะแนนเท่าใด เพราะอะไร เป็นต้น
ครูจะประเมินจากการสอนเนื้อหาว่าสอนได้เข้าใจมากน้อยเพียงใด สื่อที่ทำมามีความถูกต้องทางวิชาการ สวยงาม และน่าดึงดูดใจเพียงใด และประเมินกระบวนการทำงานกลุ่มผ่านการตอบคำถามหลังสอน
สิ่งที่เราสังเกตได้ คือ นักเรียนหลายกลุ่มยังมีทักษะการพูดหน้าชั้นเรียนค่อนข้างน้อย เราจึงพยายามแนะนำวิธีการพูด แต่ก็มีบางกลุ่มที่พูดได้ลื่นไหล อธิบายได้เข้าใจ เตรียมตัวมาเป็นอย่างดี ส่วนสไลด์ที่นำเสนอ ทุกกลุ่มทำมาเป็นสื่อใน Canva บางกลุ่มทำเนื้อหามาครบถ้วนสมบูรณ์ถูกต้อง บางกลุ่มก็ยังขาดหรือตกหล่นเนื้อหาไปบ้าง เราก็แนะนำให้นักเรียนกลับไปปรับแก้หลังนำเสนอเสร็จ แล้วก็เราไม่อยากเป็นผู้ให้ข้อคิดเห็นเพียงคนเดียว อยากให้นักเรียนที่ฟังมีส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็นด้วย เราก็จะใช้คำถามประมาณว่า "ให้นักเรียนที่ฟังการนำเสนอลอง Comment เพื่อนที่พูดหน่อยว่าเป็นยังไงบ้าง เพื่อนทำอะไรดีแล้ว และเพื่อนยังมีจุดใดที่สามารถพัฒนาเพิ่มได้" บรรยากาศการนำเสนอ เราจะพยายามทำให้เป็นบรรยากาศแบบสบาย ๆ
หลังจากนั้นเราก็ทำ Google form สอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปแบบการสอบซ่อมแบบนี้โดยใช้ประเด็นคำถาม ดังนี้
ตอนที่ 1 จะให้นักเรียนเลือกระดับความประทับใจ/ความพึงพอใจที่ตรงกับความรู้สึก/ความคิดเห็นของนักเรียน
โดยที่ 5 หมายถึง ประทับใจ/พึงพอใจ/ตรงกับความคิดเห็นของนักเรียนมากที่สุด
4 หมายถึง ประทับใจ/พึงพอใจ/ตรงกับความคิดเห็นของนักเรียนมาก
3 หมายถึง ประทับใจ/พึงพอใจ/ตรงกับความคิดเห็นของนักเรียนปานกลาง
2 หมายถึง ประทับใจ/พึงพอใจ/ตรงกับความคิดเห็นของนักเรียนน้อย
1 หมายถึง ประทับใจ/พึงพอใจ/ตรงกับความคิดเห็นของนักเรียนน้อยที่สุด
คำถามตอนที่ 1 มีดังนี้
1) รูปแบบการสอบซ่อมนี้ทำให้นักเรียนได้เกิดการเรียนรู้เนื้อหาฟิสิกส์มากขึ้น
2) รูปแบบการสอบซ่อมนี้ทำให้นักเรียนได้ฝึกทักษะการค้นคว้าหาข้อมูล
3) รูปแบบการสอบซ่อมนี้ทำให้นักเรียนได้ฝึกทักษะการสื่อสาร
4) รูปแบบการสอบซ่อมนี้ทำให้นักเรียนได้ฝึกทักษะการทำงานร่วมกันกับผู้อื่น
5) รูปแบบการสอบซ่อมนี้ไม่สร้างภาระให้แก่นักเรียนมากจนเกินไป
6) คำแนะนำที่ได้รับจากครูมีประโยชน์ต่อนักเรียน
7) นักเรียนประทับใจ/พึงพอใจกับรูปแบบการสอบซ่อมนี้
ตอนที่ 2 จะให้นักเรียนพิมพ์ตอบ มีคำถามดังนี้
1) นักเรียนรู้สึกอย่างไรบ้างกับรูปแบบการสอบซ่อมแบบนี้ เพราะอะไร?
2) นักเรียนได้บทเรียนหรือได้เรียนรู้อะไรจากการทำงานซ่อมกลางภาคร่วมกันกับเพื่อนในกลุ่มบ้าง? ลองอธิบายหน่อย
3) คำแนะนำที่ได้รับจากครูมีประโยชน์ต่อนักเรียนบ้างหรือไม่ อย่างไร?
4) การสอบซ่อมรูปแบบนี้มีจุดใดที่ควรปรับปรุงหรือพัฒนาหรือไม่ ถ้ามี ควรปรับอย่างไร?
5) มีอะไรอยากบอกครูเพิ่มเติมอีกมั้ย? (ไม่บังคับตอบ)
ผลปรากฏว่า มีนักเรียนให้ผลตอบรับไปในทิศทางที่ดี มีหลายความคิดเห็นน่าสนใจ เช่น ความรู้สึกของนักเรียนบอกว่า "รู้สึกว่าการสอบซ่อมแบบนี้จะทำให้เราได้รู้ว่า ในข้อสอบที่เราทำแล้วผิดเกิดจากอะไร เราผิดพลาดตรงไหนซึ่งหนูชอบมากค่ะเพราะว่า เราจะได้ทำความเข้าใจในข้อข้อนั้นจริงๆ และการแก้ครั้งนี่ไม่หนักเกินจำเป็นค่ะ หนูรู้สึกชอบการแก้ของครูภัทรที่สุดเลยค่ะ หนูรู้สึกว่าไม่ต้องเครียดในการแก้ แค่แก้ให้เราเข้าใจและสามารถทำให้ครูเข้าใจแค่นั้นก็พอค่ะ" "โอเคนะคะ เพราะว่า เหมือนเป็นการทบทวนในที่เรียนมาทำให้เข้าใจมากขึ้นมากกว่าในห้องเรียน จำสูตร ตัวเเปรต่างๆได้เเม่นขึ้น" "หนูรู้สึกโอเคกับวิธีนี้ค่ะ มันได้ทบทวนบทเรียนไปในตัว แล้วก็ได้ฝึกทักษะการทำงานกับคนอื่นด้วย"
สำหรับบทเรียนที่นักเรียนได้ ตัวอย่างเช่น "ได้การเข้าใจ เเละความคิดเดียวกับเพื่อนการสามัคคีในกลุ่ม การเเก้ปัญหาร่วมกัน อาจจะไม่ได้ดีมากเเต่ก้สามารถทำให้เราได้พัฒนาตัวเองขึ้นในการคุยกับเพื่อน" "ได้รู้สึกถึงความเป็นทีมในการทำงานและการอธิบายกันในเนื้อหาที่แต่ละคนอาจจะไม่ได้เข้าใจ ให้เพื่อนได้เข้าใจมากขึ้นค่ะ" "ได้รู้ว่ากลุ่มพวกเราผิดพลาดกันตรงไหน เช่น ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง แต่เราได้รู้จักสามัคคีกันในการทำงาน"
ส่วนประเด็นที่ถามว่าคำแนะนำที่ได้รับจากครูมีประโยชน์ต่อนักเรียนบ้างหรือไม่ อย่างไร? ตัวอย่างคำตอบจากนักเรียน เช่น "ทำให้รู้สิ่งที่ผิดพลาด บางทีเราอาจจะมีจุดที่ยังไม่ดีพอ ณ ตอนนั้น ก้ทำให้เราได้เห็นจุดบกพร่องของตัวเองในการพรีเซ็นต์ เเละทำให้เราไปปรับใช้ในการพรีเซ็นต์ครั้งหน้า" "มีค่ะ เพราะว่าเรื่องที่ครูภัทรแนะนำมักจะเป็นสิ่งที่สามารถมาใช้ได้ในชีวิตค่ะ หรืออาจจะนำสิ่งที่ครูภัทรแนะนำมาปรับใช้ให้เข้ากับตัวเรามากที่สุด คำแนะนำของครูภัทรเข้าใจง่ายและไม่ยากในการที่จะตีความหมายค่ะ" "มีประโยชน์ค่ะ หนูสามารถนำสิ่งที่ครูแนะนำมา ไปปรับใช้และพัฒนาตัวเองและผลงานให้ดียิ่งขึ้นได้ค่ะ"
ประเด็นการสอบซ่อมรูปแบบนี้มีจุดใดที่ควรปรับปรุงหรือพัฒนาหรือไม่ ถ้ามี ควรปรับอย่างไร? มีนักเรียนให้ข้อเสนอที่น่าสนใจ เช่น "โอเครเเล้วค่ะไม่อยากเกินไปเนื้อหาก็เกี่ยวกับที่ครูสอนมาทั้งหมดเลยสำหรับหนูคิดว่าการแก้แบบนี้งานไม่เยอะ นักเรียนที่งานเยอะอยู่แล้วก็ช่วยแบ่งเบางานได้ค่ะ ถ้าครูอยากพัฒนาเพิ่มในรูปแบบสุ่มตื่นเต้นดีนะคะหรือการจับฉลากหัวข้องานแก้ ได้ลุ้นไปตามๆกันขอบคุณค่ะ55555" ที่เหลือก็จะบอกว่าโอเคแล้ว ไม่มีข้อเสนอแนะแล้ว
ประเด็นคำถาม มีอะไรอยากบอกครูเพิ่มเติมอีกมั้ย? มีนักเรียนบอกว่า "ขอบคุณที่ให้ความรู้แก่หนูนะคะ ครั้งต่อไปจะพยายามให้มากขึ้นกว่าเดิมค่ะ" "เอาไปสองนิ้วโป้งเลยค่ะครู ขอบคุณค่ะ" "ครูภัทรสามารถสอนฟิสิกส์จากที่หนูเคยมองว่ายากให้กลายเป็นว่ามันง่ายได้ค่ะ แต่พอไม่ได้ทำโจทย์พร้อมครูภัทรหนูรู้สึกว่ามันยากเหมือนเดิมเลยค่ะ" เป็นต้น
สรุปแล้ว เราคิดว่าวิธีการสอบซ่อมนี้ให้อะไรมากกว่าแค่การสอบซ่อมจริง ๆ นะ นักเรียนได้ทักษะการทำงานร่วมกันกับผู้อื่น ฝึกทักษะการสื่อสารหน้าชั้นเรียน ฝึกการเรียบเรียง ทำความเข้าใจเนื้อหา เพื่อมาทำเป็นสไลด์นำเสนอ ได้ความรู้ด้วย ได้ทักษะกระบวนการด้วย ได้ทัศนคติเชิงบวกด้วย ตรงตามจุดประสงค์ที่ตั้งไว้ครับ
อันนี้เป็นภาพบรรยากาศบางส่วนนะครับ






ในบริบทวิชาฟิสิกส์ที่ผมใช้ ผมสอนนักเรียนเพียงแค่ 2 ห้องเรียน ผมจึงสามารถนำวิธีนี้ไปใช้ได้ การสอบซ่อมลักษณะแบบนี้ต้องใช้เวลาพักกลางวันหรือช่วงเย็นหลังเลิกเรียน หากมีนักเรียนจำนวนมาก จะทำให้ต้องใช้เวลามากตามไปด้วย ต้องวางแผนจัดสรรเวลาดี ๆ ไม่ให้กระทบกับนักเรียนและตัวครูเองมากจนเกินไป ครั้งหน้าผมจะลองต่อยอดแบบนี้ คือ หลังกลุ่มใดนำเสนอเสร็จ ให้นักเรียนในกลุ่มที่นำเสนอลองช่วยกันทำโจทย์ปัญหาที่ครูเตรียมไว้ให้แต่ละกลุ่ม แล้วช่วยกันเฉลย นำเสนอตามที่ตัวเองเข้าใจเพื่อทดสอบความเข้าใจในเนื้อหาที่นำเสนอ หรืออาจจะลองนำการสุ่มจับฉลากเลือกหัวข้อไปลองใช้ในครั้งถัดไปก็น่าสนใจ
แสดงความเห็นกับสมาชิกใน insKru
เก็บไอเดียไว้อ่าน และอีกมากมาย
ได้แรงบันดาลใจเต็มๆ เลยใช่มั้ย?
บันทึกแรงบันดาลใจที่ได้รับเก็บไว้ไม่มีลืมผ่านการเขียนไอเดียเลย!